- 21 ม.ค. 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการไล่ล่าขบวนการลักลอบขนแรงงานเถื่อน สกัดจับพร้อมกัน 4 จุด จับกุมแรงงานต่างด้าว 83 ราย
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.พิชญ์รุจ กุลวิมลประทีป รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สิทธิใหญ่ รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.อุดมศักดิ์ สุวรรณแสง รอง ผกก.2 บก.ทล. และ พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง รอง ผกก.2 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. (กาญจนบุรี) นำโดย พ.ต.ต.กฤษฎา พ่วงปาน สว.ทล.6 กก.2 บก.ทล., ร.ต.อ.อำนาจ สีนวล, ร.ต.อ.พินัย บุญรัตน์ รอง สว.ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงในสังกัด
เปิดปฏิบัติการไล่ล่าขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเขาเมือง พบบุคคลต่างด้าวพร้อมผู้นำพาอัดแน่นมาในรถยนต์ จำนวน 4 คัน ดังนี้
เคสที่ 1 รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล อีซูซุ รุ่น ดีแมคซ์ สี เทา หมายเลขทะเบียน จ.กาญจนบุรี
จับกุม นายมอน ซาน อายุ 38 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นผู้ขับขี่
นำพาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง สัญชาติเมียนมา จำนวน 25 ราย
เคสที่ 2 รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น รีโว่ สีเทา หมายเลขทะเบียน จ.ชลบุรี
จับกุม นายชาฯ อายุ 38 ปี สัญชาติไทย
นำพาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง สัญชาติเมียนมา รวม 6 ราย
เคสที่ 3 รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ ฟอร์ด รุ่น เรนเจอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร
จับกุม นายสมเกียรติฯ อายุ 38 ปี สัญชาติไทย
นำพาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง สัญชาติเมียนมา รวม 27 ราย
เคสที่ 4 รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล อีซูซุ รุ่น ดีแมคซ์ สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน จ.สุพรรณบุรี
ผู้ขับขี่ได้หลบหนีการจับกุม อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับต่อไป
นำพาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง สัญชาติเมียนมา รวม 25 ราย
โดยกล่าวหาว่า ผู้ขับขี่/นำพา ถูกดำเนินคดีในข้อหา “ซ่อนเร้น ช่วยเหลือหรือช่วยด้วยประการใดๆแก่บุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย” สำหรับแรงงานต่างด้าวทั้ง 83 ราย ถูกดำเนินคดีในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต”
เคสที่ 1
สถานที่เกิดเหตุ : ริมทางหลวงหมายเลข 323 กม.113-114 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. ได้มีการสืบทราบว่ามีขบวนการนำพาหรือช่วยเหลือบุคคลแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเดินทางโดยรถยนต์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 323 (ถ.แสงชูโต) จึงได้นำรถวิทยุ 2616 ออกตรวจทางหลวงหมายเลข 323 จนกระทั่งได้พบรถยนต์ต้องสงสัยลักษณะบรรทุกหนักและใช้ความเร็วสูงวิ่งมาบน ทล.323 เมื่อมาถึงช่วง กม.113-114 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี จึงได้สั่งให้ผู้ขับขี่หยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบ ภายในห้องโดยสาร พบบุคคลต่างด้าวนั่งอัดแน่นอยู่ภายในห้องโดยสารและนอนอยู่ภายในกระบะท้ายติดตั้งหลังคาไฟเบอร์กลาสติดฟิล์มสีดำ พร้อมกระเป๋าสัมภาระ ไม่สามารถสื่อสารหรือพูดภาษาไทยได้ จึงได้ตรวจสอบเอกสารโดยละเอียด ปรากฏว่าทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ และได้สอบถาม (ผ่านล่ามแปล) ยอมรับว่าเดินทางมาจาก จังหวัดย่างกุ้ง (ประเทศเมียนมา) ผ่านเมืองพญาตองซู เพื่อเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ทางช่องทางธรรมชาติ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยมีรถยนต์รับเพื่อมาส่งต่อให้กับผู้ต้องหาที่ 1 บริเวณชายป่าใกล้เคียงน้ำตกสะพานลาว ต.สหกรณ์นิคม อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
นายมอน ซาน อายุ 38 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นผู้ขับขี่ รับการว่าจ้างจากนายมิน มิน ซอ โดยได้รับค่าจ้างจำนวน 5,000 บาท โดยจ่ายหลังเสร็จงาน โดยจะนำบุคคลต่างด้าวไปส่งที่จุดนัดพบบริเวณชายป่าบ่อขยะป่ายุบ ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี หลังจากนั้นทราบบว่าจะมีรถยนต์คันอื่นนำส่ง จ.สมุทรสาคร และ จ.ชลบุรี จากการสอบถามผู้ต้องหาบุคคลต่างด้าว รับว่ามีค่าใช้จ่ายในการเดินทางคนละ 34,000 บาท ให้กับนายมิน มิน ซอ จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยของกลาง ส่ง พงส.สภ.ไทรโยค เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา
เคสที่ 2
สถานที่เกิดเหตุ : บริเวณริมถนน ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. ได้มีการสืบทราบว่ามีขบวนการนำพาหรือช่วยเหลือบุคคลแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเดินทางโดยรถยนต์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 323 (ถ.แสงชูโต) จึงได้นำเรียนผู้บังคับบัญชาทราบ จึงได้นำรถวิทยุ 2616 ออกตรวจทางหลวงหมายเลข 323 จนกระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัยลักษณะบรรทุกหนักและใช้ความเร็วสูง บริเวณ กม.118 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี และได้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย 3457 ซอยวัดถ้ำพรมโลกเขาใหญ่ จึงได้สั่งการให้ผู้ขับขี่หยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบภายในห้องโดยสาร พบผู้ต้องหาบุคคลต่างด้าวพร้อมกระเป๋าสัมภาระ ไม่สามารถสื่อสารหรือพูดภาษาไทยได้ จึงได้ตรวจสอบเอกสารโดยละเอียด ปรากฏว่าทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง และได้สอบถามผู้ต้องหาบุคคลต่างด้าว (ผ่านคนขับ) ให้การยอมรับว่าเดินทางมาจาก จังหวัดพญาตองซู (ประเทศเมียนมา) ผ่านช่องทางธรรมชาติเพื่อเข้าสู่ประเทศไทยและมามาพักที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดย นางอ้อยฯ มาส่งต่อให้กับผู้ต้องหา บริเวณตลาดสังขละบุรี ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
นายชาฯ อายุ 38 ปี สัญชาติไทย ให้การว่า รับจ้างจากนางอ้อยฯ โดยได้รับค่าจ้างจำนวน คนละ 4,000 บาท โดยจ่ายหลังเสร็จงาน โดยให้นำผู้ต้องหาบุคคลต่างด้าวนำส่งโรงงานย่าน ต.มหาชัย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
จากการสอบถามผู้ต้องหาต่างด้าว รับว่ามีค่าใช้จ่ายในการเดินทางคนละ 7,000 บาท เมื่อถึงโรงงานนายจ้างจะจ่ายให้กับนายหน้าโดยให้ทำงานเพื่อชดใช้เงินแทน จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยของกลาง ส่ง พงส.สภ.ไทรโยค เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา
เคสที่ 3
สถานที่เกิดเหตุ : บริเวณริมถนนในหมู่บ้าน ม.6 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้มีการสืบทราบว่ามีขบวนการนำพาหรือช่วยเหลือบุคคลแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเดินทางโดยรถยนต์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 323 (ถ.แสงชูโต) จึงได้นำเรียนผู้บังคับบัญชาทราบ โดยนำรถวิทยุ 2616 ออกตรวจทางหลวงหมายเลข 323 จนได้พบรถยนต์ต้องสงสัยลักษณะบรรทุกหนักและใช้ความเร็วสูง เมื่อมาถึงบริเวณน้ำตกไทรโยคน้อย จึงได้ติดตามรถคันดังกล่าว จนกระทั่งถึงสถานที่เกิดเหตุ รถคันดังกล่าวได้จอดและผู้ขับขี่ได้วิ่งหลบหนีเข้าป่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงวิ่งติดตามไปพบนายสมเกียรติฯ จึงได้ควบคุมตัวมาที่รถยนต์ จากการตรวจสอบพบบุคคลต่างด้าว นั่งอยู่ภายในห้องโดยสารและกระบะท้าย จำนวน 27 คน ผู้ต้องหาไม่สามารถสื่อสารหรือพูดภาษาไทยได้ จึงได้ตรวจสอบเอกสารโดยละเอียดปรากฏว่าทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใด และได้สอบถามบุคคลต่างด้าว (ผ่านล่ามแปล) ให้การยอมรับว่าเดินทางมาจาก จังหวัดทวาย (ประเทศเมียนมา) เพื่อเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยมีรถยนต์รับเพื่อมาส่งต่อให้กับนายสมเกียรติฯ บริเวณสวนยางพารา บ้านจงอั่ว ต.ปรังเผ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
นายสมเกียรติฯ อายุ 38 ปี สัญชาติไทย ให้การว่ารับจ้างจากนายปีเตอร์ (พี่ไก่) โดยที่ผ่านมาได้ไปรับบุคคลต่างด้าวที่บ้านจงอั่ว อำเภอสังขละบุรีและบ้านท่าแพ อำเภอทองผาภูมิ มาแล้ว 10 เที่ยวเที่ยวละประมาณ 20 คน ได้รับค่าจ้างจำนวน 1,500 บาท ต่อเที่ยว โดยจ่ายหลังเสร็จงาน นายปีเตอร์ ให้นำไปส่งที่จุดนัดพบบริเวณสามแยกบ้านเก่า ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี และจะมีนำส่ง จ.สมุทรสาคร ต่อ จากการสอบถามผู้ต้องหาบุคคลต่างด้าว รับว่ามีค่าใช้จ่ายในการเดินทางคนละ 28,000 บาท โดยจะจ่ายให้กับนายหน้าเมื่อถึงจุดหมาย เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 756,000 บาท นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยของกลาง ส่ง พงส.สภ.ไทรโยค เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา
เคสที่ 4
สถานที่เกิดเหตุ : บริเวณถนนหมู่บ้าน ม.5 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. ได้มีการสืบทราบว่ามีขบวนการนำพาหรือช่วยเหลือบุคคลแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเดินทางโดยรถยนต์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 323 (ถ.แสงชูโต) จึงได้นำเรียนผู้บังคับบัญชาทราบ โดยได้นำรถวิทยุ 2616 ออกตรวจทางหลวงหมายเลข 323 จนกระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัยลักษณะบรรทุกหนักและใช้ความเร็วสูง เมื่อมาถึงช่วง ทล.323 กม.116 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้สั่งการให้ผู้ขับขี่หยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบ ผู้ขับขี่ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวหลบหนีเข้าถนนหมู่บ้าน ม.5 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ผู้ขับขี่ได้ทิ้งรถยนต์หลบหนี ตรวจสอบภายในห้องโดยสาร พบผู้ต้องหาบุคคลต่างด้าวนั่งอยู่ภายในห้องโดยสารและนอนอยู่ในกระบะท้ายติดตั้งหลังคาไฟเบอร์กลาสติดฟิล์มสีดำเพื่อปิดบังเจ้าหน้าที่ พร้อมกระเป๋าสัมภาระ ไม่สามารถสื่อสารหรือพูดภาษาไทยได้ จึงได้ตรวจสอบปรากฏว่าทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใด ได้สอบถาม (ผ่านล่ามแปล) ให้การยอมรับว่าเดินทางมาจากเมืองพะโค (ประเทศเมียนมา) ผ่านเมืองพญาตองซูเพื่อเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี จะเดินทางไปทำงานในจ.สมุทรสาครและ จ.ชลบุรี โดยมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางคนละ 37,000 บาทโดยจ่ายให้กับนายหน้าชาวเมียนมา นำตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลาง ส่ง พงส.สภ.ไทรโยค เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา
ตำรวจสอบสวนกลางเตือนภัย ตำรวจทางหลวง กก.2 บก.ทล. มีมาตรการเข้มงวดในการปราบปรามอาชญากรรมบนถนนทางหลวง ทุกรูปแบบ หากพบเห็นหรือมีเบาะแส หรือต้องการติดต่อสอบถามข้อมูล สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ สายด่วนตำรวจทางหลวง หมายเลขโทรศัพท์ 1193
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ต.กฤษฎา พ่วงปาน สว.ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. เบอร์ติดต่อ 092-9036191






