รู้จักภาวะ "มดลูกแตก" ภัยเงียบแต่สุดอันตรายของแม่ตั้งครรภ์

รู้จักภาวะ "มดลูกแตก" ภัยเงียบแต่สุดอันตรายของแม่ตั้งครรภ์ คร่าชีวิตทั้งแม่และทารกในครรภ์ ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

รู้จักภาวะ “มดลูกแตก” (Uterine Rupture) ถือเป็นหนึ่งในภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรมที่อันตรายและน่ากลัวที่สุด แม้จะพบไม่บ่อย แต่หากเกิดขึ้นแล้วอาจรุนแรงถึงขั้น คร่าชีวิตทั้งแม่และทารกในครรภ์ ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ข้อมูลจาก Cleveland Clinic ระบุว่า ภาวะมดลูกแตก คือการที่ผนังมดลูกฉีกขาดทะลุครบทั้ง 3 ชั้น ได้แก่ เยื่อบุโพรงมดลูก กล้ามเนื้อมดลูก และเยื่อหุ้มมดลูก ส่งผลให้ทารกอาจหลุดออกจากโพรงมดลูกเข้าไปอยู่ในช่องท้องของมารดา ซึ่งเป็นสถานการณ์วิกฤตที่ต้องได้รับการผ่าตัดช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนที่สุด

ในภาพรวม สถิติจาก StatPearls ระบุว่า โอกาสเกิดภาวะมดลูกแตกอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 5,000 ถึง 1 ใน 7,000 ของการคลอดทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนในกลุ่มคุณแม่ที่มีปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะ ผู้ที่เคยผ่าคลอดมาก่อน

ข้อมูลจาก American Academy of Family Physicians (AAFP) ระบุว่า สตรีที่มีแผลผ่าตัดมดลูกแบบแนวขวางบริเวณส่วนล่าง มีอัตราการเกิดมดลูกแตกประมาณ 0.2–1.5% ขณะที่ Mayo Clinic เตือนว่า ผู้ที่เคยผ่าคลอดด้วยแผลแนวตั้ง (Classical incision) มีความเสี่ยงสูงกว่ามาก และไม่ควรพยายามคลอดเองทางช่องคลอด

นอกจากนี้ โรงพยาบาลสมิติเวช และ StatPearls ยังระบุปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจเพิ่มโอกาสเกิดภาวะมดลูกแตก ได้แก่

  • การใช้ยาเร่งคลอดในปริมาณมาก หรือเป็นเวลานานเกินไป
  • มดลูกขยายตัวมากผิดปกติ เช่น การตั้งครรภ์แฝด หรือทารกมีขนาดตัวใหญ่มาก
  • เคยผ่านการขูดมดลูก หรือผ่าตัดเนื้องอกมดลูก
  • ได้รับอุบัติเหตุกระแทกบริเวณหน้าท้องอย่างรุนแรง

สัญญาณเตือน “มดลูกแตก” ที่ต้องรีบสังเกต

การวินิจฉัยภาวะนี้ต้องแข่งกับเวลา โดย นพ. Kevin S. Toppenberg จาก AAFP ระบุว่า สัญญาณที่พบได้เร็วและชัดเจนที่สุด คือ อัตราการเต้นของหัวใจทารกผิดปกติ โดยเฉพาะการเต้นช้าลงอย่างเฉียบพลัน

ขณะที่อาการของคุณแม่เอง ข้อมูลจาก โรงพยาบาลเปาโล และ Cleveland Clinic แนะนำให้เฝ้าระวังอาการต่อไปนี้อย่างใกล้ชิด

  • ปวดท้องรุนแรงแบบฉับพลัน หรือรู้สึกเหมือนมีบางอย่าง “ฉีกขาด” ภายในท้อง
  • การเจ็บครรภ์หรือการหดรัดตัวของมดลูกหยุดลงอย่างกะทันหัน
  • มีเลือดออกทางช่องคลอด (บางรายอาจไม่พบเลือดออก เนื่องจากเลือดไหลอยู่ในช่องท้อง)
  • หน้ามืด วิงเวียน เป็นลม หรือเข้าสู่ภาวะช็อกจากการเสียเลือด