- 23 ม.ค. 2569
ผู้ป่วย “ไฮเปอร์ไทรอยด์” ต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูง เพราะอาจกระตุ้นอาการกำเริบ ทั้งใจสั่น เหนื่อยง่าย วิตกกังวล
สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ซึ่งหนึ่งในกลุ่มที่แพทย์แสดงความเป็นห่วงคือ ผู้ป่วยโรค ไฮเปอร์ไทรอยด์ (Hyperthyroidism)
ไฮเปอร์ไทรอยด์เป็นภาวะที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนมากเกินไป ทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานสูงผิดปกติ ส่งผลให้เกิดอาการใจสั่น เหงื่อออกมาก น้ำหนักลด นอนไม่หลับ วิตกกังวล และอ่อนเพลีย ซึ่งอาการเหล่านี้อาจรุนแรงขึ้นเมื่อร่างกายได้รับมลพิษทางอากาศ
แพทย์อธิบายว่า ฝุ่น PM 2.5 สามารถเข้าสู่ถุงลมปอดและกระแสเลือด ทำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย ส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นระบบที่ผู้ป่วยไฮเปอร์ไทรอยด์มีความเปราะบางอยู่แล้ว จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตแปรปรวน และอาการเหนื่อยล้าอย่างผิดปกติ
นอกจากนี้ PM 2.5 ยังส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้เกิดอาการกระวนกระวาย หงุดหงิด และวิตกกังวล ซึ่งอาจซ้ำเติมอาการทางอารมณ์ที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยไฮเปอร์ไทรอยด์ ทำให้หลายรายเข้าใจผิดว่าเป็นความเครียด ทั้งที่มีปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง
แพทย์แนะนำให้ผู้ป่วยไฮเปอร์ไทรอยด์หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่ค่าฝุ่นสูง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นชนิด N95 หรือเทียบเท่าเมื่อจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด ใช้เครื่องฟอกอากาศภายในที่พัก และรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
หากพบอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่นรุนแรง เหนื่อยง่ายกว่าปกติ เจ็บหน้าอก หรือมีอาการกำเริบของโรค ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้กระทบเฉพาะระบบทางเดินหายใจ แต่ยังเป็นภัยเงียบที่ส่งผลต่อระบบฮอร์โมนและหัวใจอย่างมีนัยสำคัญ






