- 05 ก.พ. 2569
ตำรวจคุมตัวโชเฟอร์แท็กซี่ก่อเหตุลักหลับผู้โดยสารหญิงฝากขัง เจ้าตัวอ้าง "ไม่รู้ว่ามีผีห่าซาตานอะไรเข้าสิง"
จากกรณีเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2569 ชุดปฏิบัติการที่ 1 จับกุม นายสังวาล วงวิเศษ อายุ 51 ปี ชาว จ.อุดรธานี แท็กซี่กระทำชำเราผู้โดยสาร โดยเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.110/2569 ลงวันที่ 3 ก.พ. 2569 ในข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” จับกุมได้ที่บริเวณด้านหน้ารัชดาฟิตเนส แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นนักศึกษาสาว มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้เข้ามาขอความช่วยเหลือ พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส.บช.น. โดยให้การว่าตนได้ไปเที่ยวร้านเหล้าแห่งหนึ่งย่านรัชโยธิน คืนวันเกิดเหตุได้เรียกแท็กซี่คันดังกล่าว ช่วงเวลา 03.00 น. ได้บอกคนขับให้มุ่งหน้าไปถนนเอกมัย เพื่อจะไปหาเพื่อน จากนั้นก็ไม่รู้สึกตัว
จนกระทั่งเช้า เวลา 07.00 น. พบว่าตัวเองอยู่ในสภาพเปลือยที่ม่านรูดย่านคลองตัน จึงแน่ใจว่าน่าจะถูกล่วงละเมิดทางเพศ จึงได้เข้าแจ้งความที่ สน.คลองตัน และเข้าตรวจร่างกายที่ รพ.ตำรวจ พร้อมขอความช่วยเหลือจากตำรวจ ดส. เพื่อเร่งรัดให้ตามจับกุมคนร้าย กระทั่งสืบสวนพบที่อยู่ผู้ต้องหา จึงได้นำเรียนผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และวางแผนใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดส. ผู้หญิงเข้าไปติดต่อ จนสามารถเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาเอาไว้ได้
สอบสวนนายสังวาล ให้การยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าวันเกิดเหตุไม่รู้ผีห่าซาตานตัวไหนเข้าสิงตนเอง จึงได้ลงมือกระทำแบบนั้นไป เบื้องต้นได้คุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ล่าสุด เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 5 ก.พ. 2569 พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ได้นำตัวนายสังวาล อายุ 51 ปี แท็กซี่ผู้ต้องหาก่อเหตุลวงผู้โดยสารที่เป็นนักศึกษาสาวไปขืนใจ ส่งฝากขังที่ศาลอาญาพระโขนง โดยระหว่างควบคุมตัวขึ้นรถผู้ต้องหา ผู้สื่อข่าวได้พยายามพูดคุยสอบถามข้อเท็จจริงถึงคดีที่เกิดขึ้นว่าได้ลงมือก่อเหตุจริงหรือไม่ นายสังวาลยอมรับว่าได้ก่อเหตุจริง โดยอ้างกับผู้สื่อข่าวว่า “ไม่รู้ว่ามีผีห่าซาตานอะไรเข้าสิง” พร้อมพยักหน้ารับว่าขาดสติ
ทั้งนี้ นายสังวาลปฏิเสธในเรื่องลักทรัพย์ของผู้เสียหาย โดยอ้างว่าผู้เสียหายทำโทรศัพท์หล่นใต้เบาะและได้นำไปคืนน้องเขาแล้ว ก่อนบอกกับผู้สื่อข่าวว่า อยากฝากขอโทษถึงน้องผู้เสียหาย หากย้อนเวลากลับไปจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว





