- 09 ก.พ. 2569
จับตาลุ้นรีเทิร์นโครงการ "คนละครึ่งพลัส เฟส 2" เปิดเงื่อนไขคุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2
ภายหลังปิดหีบการเลือกตั้ง 2569 เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา โดย ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ พรรคภูมิใจไทย มีคะแนนนำเป็นอันดับ 1 และมีโอกาสสูงที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ทำให้หลายคนจับมองนโยบายช่วยเหลือค่าครองชีพอย่าง คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ของรัฐบาลอนุทิน ว่าจะมาสานต่อหรือไม่
สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 เป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยจะเข้ามาสานต่อทันทีหากเป็นรัฐบาล โดยใช้งบกลางฯปี 2569 ที่เหลืออยู่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามจากข้อจำกัดในเรื่องบประมาณรูปแบบนั้นอาจทำในส่วนที่ให้กับกลุ่มตกหล่นก่อนตามที่รัฐบาลมีนโยบายไว้ก่อนหน้านี้ แต่ในเบื้องต้นผู้มีสิทธิลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส มีรายละเอียดที่เคยเป็นข่าวแล้วดังนี้
คุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2
- เป็นผู้มีสัญชาติไทย
- มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
- มีบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด
- ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
- ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5
นอกจากนี้ยังมี นโยบายแก้หนี้-ลดค่าครองชีพ ของพรรคภูมิใจไทย ที่ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้เปิดเผยถึงแนวนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สิน และลดค่าครองชีพให้ประชาชน ที่จะดำเนินการหากได้เป็นรัฐบาลในสมัยต่อไป มีดังนี้
การเดินหน้าต่อในเรื่องนโยบายการแก้หนี้ โดยแก้ไขหนี้เสียภาคประชาชน โดยนโยบายการจัดการหนี้จะเดินหน้าโครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ Plus" สำหรับคนที่มีหนี้เสีย (NPL) วงเงินต่ำกว่า 1 แสนบาท ใช้เงินจากกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ ควบคู่กับการให้ความรู้ด้านการเงิน เพื่อป้องกันการกลับเข้าสู่วงจรหนี้ซ้ำ
และยังเชื่อมโยงไปสู่การกระตุ้นสินเชื่อใหม่ผ่านกลไกค้ำประกันสินเชื่อ “SME Credit Boost” เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการในปี 2569 โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติขยายระยะเวลาการลดอัตรานำส่งเงินเข้ากองทุน FIDF จาก 0.46% ต่อปี เหลือ 0.32% ต่อปี อีก 1 ปี ส่งผลให้มีเม็ดเงินสนับสนุนโครงการรวมกว่า 23,400 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมี นโยบายค่าไฟฟ้า 3 บาทต่อหน่วย สำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน ใช้วงเงินประมาณ 6.3 หมื่นล้านบาทต่อปี






