ถึงว่า ตำรวจ กล้าไปรับ ต่อแถวรับอั่งเปาจาก ร้านยาหอมดัง

ถึงว่า ตำรวจ กล้าไปรับ ต่อแถวรับอั่งเปาจาก ร้านยาหอมดัง "บริษัท ปราสาททองโอสถ จำกัด" ในช่วงเทศกาลตรุษจีน จากกลายเป็นข้อถกเถียง

กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ หลังเพจเฟซบุ๊ก ซ้อเปา - เรื่องนี้ต้องใส่ใจ เผยแพร่คลิปภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายยืนรวมตัวต่อแถวอยู่บริเวณแยกพลับพลาไชย เพื่อรับอั่งเปาจากร้านยาหอมแห่งหนึ่ง เนื่องในช่วงเทศกาลตรุษจีน ทำให้ประชาชนจำนวนมากตั้งคำถามถึงความเหมาะสม และความชอบด้วยระเบียบว่าการกระทำดังกล่าวสามารถทำได้หรือไม่

 

ถึงว่า ตำรวจ กล้าไปรับ ต่อแถวรับอั่งเปาจาก ร้านยาหอมดัง

ด้านชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ภาพลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในวันตรุษจีนเจ้าหน้าที่จะมีการเดินตรวจตราตามร้านค้าต่าง ๆ ขณะที่ พ.ต.อ. อภิเชษฐ์ ทรัพย์ส่งเสริม ผู้กำกับการ สน.พลับพลาไชย 1 ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เห็นคลิปดังกล่าวด้วยตนเอง แต่ยืนยันว่าพื้นที่ในคลิปอยู่ในความรับผิดชอบของ สน.พลับพลาไชย 1 จริง อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดของตนหรือไม่

 

ต่อมา กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงตามวัน เวลา และสถานที่ที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ในช่วงเวลากลางวัน บริเวณหน้าบริษัท ปราสาททองโอสถ จำกัด ซึ่งปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนต่อแถวรับอั่งเปาจากหน้าบริษัท

 

โดยผู้แทนบริษัทได้ชี้แจงว่า การแจกซองอั่งเปาดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามธรรมเนียมประเพณีในช่วงเทศกาลตรุษจีน และได้ประกาศเชิญชวนให้บุคคลทั่วไปสามารถเดินทางมารับได้ ณ จุดที่กำหนด โดยไม่มีการเฉพาะเจาะจงบุคคลใดเป็นพิเศษ ทั้งประชาชนทั่วไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงเจ้าพนักงานจากหน่วยงานต่าง ๆ สามารถเข้ารับได้เช่นเดียวกัน เพื่อความเป็นสิริมงคล ความโชคดี และเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

ถึงว่า ตำรวจ กล้าไปรับ ต่อแถวรับอั่งเปาจาก ร้านยาหอมดัง

กองบัญชาการตำรวจนครบาลยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่มีเจตนาแอบแฝง หรือมุ่งหวังผลประโยชน์ตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น และมูลค่าทรัพย์สินที่มอบให้ไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด พร้อมย้ำว่าได้กำชับมาตรการป้องกันการกระทำที่อาจเข้าข่ายเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบอย่างเข้มงวดในช่วงเทศกาลตรุษจีน รวมถึงการแต่งกายและการใช้กิริยาวาจาที่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาตามกฎระเบียบของ สำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า การให้ทรัพย์สินแก่ข้าราชการสามารถกระทำได้ หากมีมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท และต้องไม่เป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย