- 18 ก.พ. 2569
หมอเปิดความจริง ตัดกระเพาะลดความอ้วน ช่วยผอมเร็วในปีแรก ลดโรคร่วมได้ แต่มีความเสี่ยงระยะยาว ต้องติดตามอาการใกล้ชิด อ่านให้ชัดก่อนตัดสินใจ
กลายเป็นประเด็นสะเทือนใจในโลกออนไลน์ หลัง "คุณ พ." อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ผู้เคยรีวิวการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนักเป็นรายแรก ๆ ของไทย เสียชีวิตลง โดยก่อนจากไปเพียงไม่กี่วัน เจ้าตัวได้โพสต์ข้อความเตือนแรงว่า “อย่าตัดกระเพาะ” พร้อมเล่าประสบการณ์ 15 ปีหลังผ่า ที่จากเคยดี กลับเผชิญปัญหาสุขภาพตามมา
ล่าสุดวันที่ 17 ก.พ.69 นพ.ฆนัท ครุธกูล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ โภชนวิทยาคลินิก และเวชศาสตร์เชิงป้องกัน โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก "คุยกับหมอฆนัท" ชี้แจงในภาพรวมว่า การผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก (Bariatric Surgery) มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ต้องประเมินอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ
หมอฆนัท ระบุว่า ข้อดี ข้อเสีย การผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก สวัสดีครับ วันนี้มีเรื่องเศร้า กรณี คุณ พ.อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง รีวิวตัดกระเพาะอาหาร รายแรกของไทย เสียชีวิตแล้ว หลังจากที่เขาโพสต์เตือนภัย “อย่าตัดกระเพาะ” เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2569 วงการโซเชียลมีเดียไทยเศร้าอย่างหนัก เมื่อมีรายงานการเสียชีวิตของ คุณ พ.อินฟลูกเอนเซอร์รายแรกของไทยที่เปิดเผยการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนักอย่างตรงไปตรงมาเมื่อ 15 ปีก่อน
ขณะนี้ยังไม่มีสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด อยู่ระหว่างการชันสูตรพลิกศพจากแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ก่อนเสียชีวิตเพียงไม่กี่วัน คุณ พ.ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งกลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว โดยระบุว่า
“อย่าตัดกระเพาะ เราตัดมาแล้ว 15 ปี ตอนนี้โรคประสาทจะตามมารวมถึงโรคอื่นๆ… ตอนแรกมันดี แต่ตอนนี้ไม่ดีแล้ว… กินได้แค่นม อาหารอ่อน กล้วย เพื่อให้อยู่รอด… เราคือรุ่นแรก รุ่นหนูทดลอง เชื่อก็ได้ ไม่เชื่อก็ได้… ผมแค่มาเล่าในส่วนของผม”
คุณพ.เคยมีน้ำหนักตัว 155 กิโลกรัม พยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีต่าง ๆ มากมายแต่ไม่สำเร็จ จนได้รับการผ่าตัดกระเพาะอาหารเมื่อประมาณปี 2554 หลังผ่าตัดน้ำหนักลดลงอย่างชัดเจนภายใน 1 ปี
ในกรณีนี้ หมอขอพูดในภาพรวมครับว่า การผ่าตัดกระเพาะอาหาร เพื่อลดน้ำหนักนั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ก่อนที่หมอจะผ่าให้ จะมีการตรวจร่างกาย เพื่อประเมินความเสี่ยง และแจกแจงผลดี ผลเสีย ให้คนไข้ฟังเพื่อตัดสินใจ การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก (Bariatric Surgery) เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนรุนแรง ซึ่งมีทั้งข้อดีที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตและข้อควรระวังที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ดังนี้ครับ
- ข้อดี (Pros)
ลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วและเห็นผลชัดเจนภายใน 1 ปี
ลดความหิว การตัดกระเพาะส่วนที่ผลิตฮอร์โมน Ghrelin (ฮอร์โมนหิว) ออก จะช่วยให้คุณรู้สึกหิวน้อยลงโดยธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม ระยะยาวฮอร์โมนอาจมีการปรับตัว และความหิวสามารถกลับมาได้ในบางราย ช่วยรักษาโรคร่วม ช่วยให้อาการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และในบางรายสามารถเข้าสู่ภาวะสงบของโรค (remission) ได้ เช่น เบาหวานชนิดที่ 2, ความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ปัจจุบันการผ่าตัดกระเพาะ นิยมใช้เทคนิค ผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งมีแผลขนาดเล็ก เจ็บน้อย และใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลเพียงไม่กี่วัน
- ข้อเสียและภาวะแทรกซ้อน (Cons & Risks)
ทำให้ร่างกาย มีภาวะขาดสารอาหารโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ทำ gastric bypass ซึ่งมีผลต่อการดูดซึมมากกว่า sleeve gastrectomy ผู้ป่วยจำเป็นต้องรับประทานวิตามินเสริมและติดตามตรวจเลือดอย่างสม่ำเสมอตลอดชีวิต ร่างกายอาจดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุได้น้อยลง เสี่ยงต่อภาวะโลหิตจางหรือกระดูกพรุนในระยะยาว
ความเสี่ยงจากการผ่าตัด เช่น เลือดออกในทางเดินอาหาร แผลติดเชื้อ หรือภาวะรอยต่อรั่ว (anastomotic leak)
ผลข้างเคียงอื่นๆ อาจเกิด นิ่วในถุงน้ำดี จากการที่น้ำหนักลดลงเร็วเกินไป หรือเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนหากทานอาหารเร็วหรือมากเกินไป และ กลับมาอ้วนใหม่ได้ หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและไม่ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง กระเพาะที่เหลืออยู่สามารถขยายตัวและทำให้น้ำหนักกลับมาเพิ่มขึ้นได้อีก ครับ
การผ่าตัดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มี BMI ≥ 37.5 kg/m² หรือ BMI ≥ 32.5 kg/m² ร่วมกับมีโรคร่วม และที่สำคัญ ควรได้รับการประเมินโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดโรคอ้วน ด้วยนะครับ
ขอบคุณ คุยกับหมอฆนัท






