ลูกสาวชายวัย 53ปี ร้องขอความเป็นธรรม พ่อถูก “เสือดุสิต” รุมทำร้าย อาการวิกฤต 70:30 นอนห้องไอซียู ลั่นข้อหายังเบาไป

ความคืบหน้ากรณี ชายวัย 53 ปี ถูก นายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือ “เสือ ดุสิต” พร้อมพวก ได้แก่  “แมน” อายุ 28 ปี และ นายอานนท์ หรือ “บอย” อายุ 36 ปี รุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าห้องน้ำร้านอาหารแห่งหนึ่ง ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์2569ที่ผ่านมา

ล่าสุด26 ก.พ. 69  น.ส.จีด้า อายุ 26 ปี ลูกสาวผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ขณะนี้อาการของบิดายังอยู่ในขั้นวิกฤต แพทย์ประเมินอาการประมาณ 70:30 ต้องรักษาตัวในห้องไอซียูอย่างใกล้ชิด โดยก่อนหน้านี้เคยถึงขั้นหยุดหายใจ แม้อาการล่าสุดจะดีขึ้นเล็กน้อย มีการตอบสนองบ้าง แต่ยังไม่สามารถสื่อสารหรือพูดคุยได้

ลูกสาวร้องขอความเป็นธรรม พ่ออาการวิกฤต ลั่นข้อหา เสือ ดุสิต เบาไป

น.ส.จีด้า ระบุว่า สาเหตุที่ตัดสินใจโพสต์เรื่องราวลงเฟซบุ๊ก เนื่องจากช่วงแรกมองว่าคดีไม่มีความชัดเจน เกรงจะล่าช้า จึงต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้บิดา พร้อมยืนยันว่า หากไม่โพสต์เรื่องราวออกไป คดีอาจไม่คืบหน้า

ส่วนข้อกล่าวหาเบื้องต้นที่ตำรวจแจ้งคือ “ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส” นั้น เธอมองว่ายังเบาเกินไป เพราะอาการของบิดาเสี่ยงถึงชีวิต

ลูกสาวร้องขอความเป็นธรรม พ่ออาการวิกฤต ลั่นข้อหา เสือ ดุสิต เบาไป

นอกจากนี้ ยังไม่สบายใจกับคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่บางส่วนที่มองว่าการโพสต์โซเชียลทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ตำรวจ โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้ขณะไปแจ้งความเห็นมีสื่อมวลชนเข้าสัมภาษณ์ แต่รอจนถึงวันที่ 20 ก.พ. ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าถูกนำเสนอ จึงตัดสินใจเผยแพร่ข้อมูลเอง

ลูกสาวผู้บาดเจ็บยังยอมรับว่า หลังเกิดเหตุฝ่ายผู้ก่อเหตุได้ติดต่อขอเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ยังไม่ได้ตอบรับ อยู่ระหว่างปรึกษาทนายความ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนโพสต์เฟซบุ๊กไม่เคยมีการติดต่อขอโทษหรือขอไกล่เกลี่ยมาก่อน

ขณะเดียวกัน เธอได้พูดคุยกับเจ้าของร้านที่เกิดเหตุ ซึ่งยืนยันว่า ไม่พบเหตุการณ์จับก้นตามที่ถูกกล่าวอ้าง อย่างไรก็ตาม เธอต้องการให้เปิดภาพกล้องวงจรปิดทั้งหมดเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง

ด้าน “นายเอ็ม” (นามสมมุติ) ลูกจ้างของผู้เสียหายและอยู่ในเหตุการณ์ ให้ข้อมูลว่า วันเกิดเหตุผู้เสียหายพาลูกน้องไปทานอาหารตามปกติ ก่อนมีหญิงสาวเข้ามาทักทายพูดคุยกันไม่นาน จากนั้น “เสือดุสิต” ออกมาแสดงตัวว่าเป็นแฟนหญิงคนดังกล่าว โดยผู้เสียหายยืนยันว่าเป็นเพียงคนรู้จัก ก่อนจะแยกย้าย

ลูกสาวร้องขอความเป็นธรรม พ่ออาการวิกฤต ลั่นข้อหา เสือ ดุสิต เบาไป

ต่อมา นายเอ็มเดินไปเข้าห้องน้ำ เห็นหญิงสาวกับเสือดุสิตมีปากเสียงกัน แต่ไม่ได้ยินรายละเอียด ยืนยันว่าไม่เห็นการจับก้นตามที่กล่าวอ้าง อาจเป็นไปได้เพียงว่ามีการสัมผัสกันโดยบังเอิญ จนทำให้ผู้ก่อเหตุเข้าใจผิด

นายเอ็ม ยังระบุว่า ช่วงเกิดเหตุผู้เสียหายออกไปสูบบุหรี่ ก่อนมีพนักงานมาแจ้งว่ามีปัญหานอกร้าน เมื่อวิ่งออกไปจึงพบว่าถูกทำร้ายแล้ว

ส่วนคำพูดท้าทายว่า “นนทบุรีใครก็ได้” ยอมรับว่าได้ยินจริง แต่ไม่แน่ชัดว่าใครเป็นคนพูด ขณะที่คำกล่าวอ้างว่าจะเรียกตำรวจและรออยู่ที่ร้านนั้น ยืนยันว่าเสือดุสิตเป็นผู้พูด

ทั้งนี้ ครอบครัวยืนยันต้องการความเป็นธรรม และให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษถึงที่สุด ท่ามกลางอาการผู้บาดเจ็บที่ยังวิกฤตและไม่อาจประเมินได้ว่าจะฟื้นตัวเมื่อใด