หนุ่มนิสิตเภสัชฯ ปี 3 ไม่ยอมแพ้ความจน กิน-นอนที่วัด เพื่อได้เรียน

เรื่องจริงยิ่งกว่าละคร เด็กหนุ่มที่เคยเกือบหมดสิทธิ์เรียนต่อ วันนี้กลายเป็นนิสิตเภสัชฯ ปี 3 พร้อมฝากข้อคิดที่ทำคนอ่านทั้งซึ้งและฮึดสู้

จากเด็กคนหนึ่งที่เกือบต้องยุติเส้นทางการศึกษา เพราะครอบครัวไม่มีเงินส่งเสียให้เรียน วันนี้ "เป้" ก้าวขึ้นมาเป็นนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้สำเร็จ เรื่องราวชีวิตของเขากำลังสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนจำนวนมาก หลังออกมาแบ่งปันประสบการณ์ผ่านกลุ่ม "อาณาเขตฮีลใจ" ถ่ายทอดเส้นทางชีวิตที่ต้องดิ้นรน หาเงินเรียนด้วยตัวเองตั้งแต่วัยมัธยม จนสามารถสอบติดคณะในฝัน และก้าวผ่านอุปสรรคนานัปการด้วยความไม่ยอมแพ้

 

หนุ่มนิสิตเภสัชฯ ปี 3 ไม่ยอมแพ้ความจน กิน-นอนที่วัด เพื่อได้เรียน

 

เป้ เล่าว่า เขาเติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะยากลำบาก พ่อและแม่เริ่มไม่มีศักยภาพส่งเสียให้เรียนตั้งแต่ช่วงมัธยมต้น ทำให้เกือบหมดโอกาสเรียนต่อในระดับมัธยมปลาย เขาจึงต้องใช้เวลาว่างในวันเสาร์-อาทิตย์และช่วงปิดเทอมออกไปรับจ้างสารพัด ทั้งเก็บขยะ แบกหาม และทำงานเกษตร เพื่อหาเงินเป็นค่าใช้จ่ายและค่าเรียนของตัวเอง

 

หนุ่มนิสิตเภสัชฯ ปี 3 ไม่ยอมแพ้ความจน กิน-นอนที่วัด เพื่อได้เรียน

เมื่อเรียนจบชั้น ม.6 เขาตั้งเป้าหมายเพียงอย่างเดียว คืออยากมีอาชีพที่มั่นคง เพื่อกลับมาดูแลพ่อแม่ที่ทำงานหนักมาตลอดและสุขภาพเริ่มทรุดโทรม จึงมุ่งมั่นสอบเข้าคณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ และในที่สุดก็สามารถสอบติด คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม การสอบติดไม่ได้หมายความว่าจะมีโอกาสได้เรียน เพราะค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดภาคเรียนแรก ทั้งค่าเทอม ค่าหอพัก ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายจำเป็นต่าง ๆ รวมแล้วสูงกว่า 50,000 บาท ขณะที่เงินเก็บของเขามีเพียง 7,000-8,000 บาท ซึ่งเป็นเงินเดือนก้อนสุดท้ายจากการทำงานในร้านสะดวกซื้อ

 

หนุ่มนิสิตเภสัชฯ ปี 3 ไม่ยอมแพ้ความจน กิน-นอนที่วัด เพื่อได้เรียน

ช่วงเวลานั้น เขายอมรับว่าเคยคิดถอดใจ เพราะไม่รู้จะหาเงินจากที่ไหนมาจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่โชคดีที่อาจารย์และเจ้าหน้าที่ของคณะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ โดยเปิดโอกาสให้ผ่อนผันค่าเล่าเรียน จนทำให้เขาได้เริ่มต้นชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย

ด้านที่พัก หลวงพ่อยังเมตตาให้เขาอาศัยอยู่ที่ วัดป่ากู่แก้ว ซึ่งอยู่ติดกับมหาวิทยาลัย ทำให้สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก และตั้งแต่วันแรกที่เข้ามหาวิทยาลัยจนถึงปัจจุบัน เขายังคงพักอยู่ที่วัดแห่งเดิม อีกทั้งยังได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งประธานชั้นปีมาตั้งแต่ปี 1 จนถึงปี 3

หนุ่มนิสิตเภสัชฯ ปี 3 ไม่ยอมแพ้ความจน กิน-นอนที่วัด เพื่อได้เรียน

 

แม้เส้นทางการเรียนจะเต็มไปด้วยความเหนื่อยยาก เงินที่ใช้แต่ละเดือนส่วนใหญ่มาจากกองทุน กยศ. เพราะครอบครัวไม่สามารถส่งเสียได้ บางเดือนต้องประหยัดทุกบาททุกสตางค์ บางครั้งถึงขั้นต้องยืมเงินเพื่อนหรือคนรู้จัก แต่เขาก็ไม่เคยยอมแพ้ และค่อย ๆ ก้าวผ่านอุปสรรคมาได้ทีละปี

ท้ายที่สุด เป้ ฝากข้อคิดถึงทุกคนที่กำลังเผชิญช่วงเวลายากลำบากว่า

"ต้นทุนชีวิตของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน แต่ปลายทาง...เราทุกคนไปถึงได้ ขอแค่ไม่ยอมแพ้ เพราะวันหนึ่งความเหนื่อยในวันนี้ จะกลายเป็นเรื่องราวที่เราภูมิใจและนำไปเป็นกำลังใจให้คนอื่นได้"