- 04 มี.ค. 2569
เปิดข้อมูล 10 ประเทศที่ไทยนำเข้าเชื้อเพลิงมากที่สุดในปี 2568 รู้อันดับ 1 ตกใจ มีมูลค่าสูงถึง 416,060.06 ล้านบาท (28.87%)
รายงานล่าสุดจาก กรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขการค้าระหว่างประเทศปี 2568 พบว่า ไทยมีมูลค่านำเข้าสินค้าในกลุ่มเชื้อเพลิงรวม 1,441,069.77 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ที่มีมูลค่า 1,740,634.84 ล้านบาท หรือลดลงราว 17.21% สะท้อนทิศทางการนำเข้าที่ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อแยกตามประเทศคู่ค้า พบว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยังคงเป็นแหล่งนำเข้าเชื้อเพลิงรายใหญ่ที่สุดของไทย ด้วยมูลค่า 416,060.06 ล้านบาท คิดเป็น 28.87% ของการนำเข้าทั้งหมด
รองลงมา ได้แก่
- สหรัฐอเมริกา มูลค่า 184,931.44 ล้านบาท (12.83%)
- ซาอุดีอาระเบีย มูลค่า 130,918.71 ล้านบาท (9.08%)
10 อันดับประเทศที่ไทยนำเข้าเชื้อเพลิงมากที่สุด ปี 2568
- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 416,060.06 ล้านบาท (28.87%)
- สหรัฐอเมริกา 184,931.44 ล้านบาท (12.83%)
- ซาอุดีอาระเบีย 130,918.71 ล้านบาท (9.08%)
- กาตาร์ 94,987.09 ล้านบาท (6.59%)
- มาเลเซีย 92,702.09 ล้านบาท (6.43%)
- อินโดนีเซีย 89,995.11 ล้านบาท (6.25%)
- สปป.ลาว 78,439.15 ล้านบาท (5.44%)
- ออสเตรเลีย 61,468.69 ล้านบาท (4.27%)
- เมียนมา 51,774.76 ล้านบาท (3.59%)
- ไนจีเรีย 31,517.44 ล้านบาท (2.19%)
ไทยยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบสูง
แม้ประเทศไทยจะมีแหล่งผลิตในอ่าวไทย แต่กำลังการผลิตภายในประเทศยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้จริง ปัจจุบันไทยต้องนำเข้าน้ำมันดิบเฉลี่ยประมาณ 981,548 บาร์เรลต่อวัน ขณะที่กำลังการผลิตในประเทศทำได้ราว 152,000 บาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นเพียง 10–20% ของความต้องการใช้ทั้งหมด
ในภาพรวม แหล่งนำเข้าน้ำมันดิบหลักของไทยมาจากภูมิภาคตะวันออกกลางประมาณ 57% รองลงมาคือเอเชียแปซิฟิก 19% และประเทศอื่น ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ลิเบีย และออสเตรเลีย รวมราว 24%
เหตุผลที่ต้อง “ส่งออกบางส่วน-นำเข้าบางชนิด”
น้ำมันดิบที่ผลิตได้ในประเทศบางส่วนมีคุณสมบัติไม่สอดคล้องกับกระบวนการกลั่นของโรงกลั่นในประเทศ ทำให้ต้องส่งออกน้ำมันบางประเภท และนำเข้าน้ำมันดิบชนิดที่เหมาะสมเข้ามาทดแทน เพื่อให้สามารถผลิตน้ำมันสำเร็จรูปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันสำเร็จรูปของไทยยังคงอ้างอิงตลาดซื้อขายใน สิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการค้าน้ำมันสำคัญของภูมิภาคเอเชีย






