- 10 มี.ค. 2569
เปิดโปง 3 แผน ทำมะพร้าวน้ำหอมไทยราคาตกต่ำหนัก ฮุบส่วนต่างราคามหาศาล บุกทลายเครือข่าย ล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ รวม 8 จุด ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี
ตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดปฏิบัติการ ทลายเครือข่าย “ล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ” เข้าตรวจค้นเป้าหมายบริษัทรับซื้อมะพร้าวและโรงงานแปรรูปซึ่งเป็นเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ รวม 8 จุด ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี จากการตรวจค้นพบว่า 6 ใน 8 บริษัทเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ซึ่งเป็นธุรกิจที่สงวนไว้สำหรับคนไทย เบื้องต้นพบผู้ร่วมกระทำผิดเป็นนิติบุคคล 6 ราย, บุคคลสัญชาติไทย 10 ราย และชาวต่างชาติ 7 ราย
- เปิดปฏิบัติการปูพรม 8 จุด ตรวจค้นเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.4 บก.ปอศ. สนธิกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายซึ่งเป็นบริษัทรับซื้อมะพร้าวและโรงงานแปรรูปจำนวน 8 แห่ง ในพื้นที่ จ.ราชบุรี ประกอบด้วย
- บจก. เต๋อ หวั่ง
- บจก. เหอไท่เซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล
- บจก. หลง แมน โคโค่นัท
- บจก. ไทยเฉิงต้า เทรดดิ้ง
- บจก. จั่นฮุ่ยราญา
- บจก. หมู่ เซียน หยวน (ประเทศไทย)
- บจก. อีซี่ โคโคนัท
- บจก. ฟลาย โคโคนัท
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามี 6 บริษัทที่เข้าข่ายกระทำความผิดชัดเจน ตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ โดยมีผู้ร่วมกระทำผิดเป็นนิติบุคคล 6 ราย คนไทย 10 ราย และชาวต่างชาติ 7 ราย
ปฏิบัติการในครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากการลงพื้นที่สืบสวนหาสาเหตุของปัญหา “ราคามะพร้าวตกต่ำ” ซึ่งสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ จ.ราชบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง โดยพบความย้อนแย้งว่าในขณะที่ความต้องการบริโภคมะพร้าวน้ำหอมในตลาดต่างประเทศยังคงมีปริมาณสูง แต่ราคามะพร้าวหน้าสวนที่เกษตรกรได้รับกลับถูกกดให้ต่ำลงอย่างผิดปกติ
- แฉ 3 แผนประทุษกรรม: "เชิด-สั่ง-กินรวบ"
ชุดสืบสวนระบุว่า กลุ่มทุนต่างชาติ (สัญชาติจีน) ใช้โมเดลธุรกิจที่ทำลายระบบเศรษฐกิจฐานรากอย่างรุนแรงผ่าน 3 ขั้นตอน
1. นอมินีหุ่นเชิด: ใช้ชื่อพนักงานระดับปฏิบัติการ พนักงานบัญชี หรือชาวบ้านทั่วไป ถือหุ้นในสัดส่วน 51% เพื่อให้ดูเหมือนเป็นบริษัทไทย แต่ในความเป็นจริงบุคคลเหล่านี้ไม่มีอำนาจตัดสินใจหรือได้รับส่วนแบ่งกำไร
2. สั่งการตรงจากต่างประเทศ: หลักฐานแชทและเอกสารยืนยันว่า การกำหนดราคารับซื้อและระบบโลจิสติกส์ทั้งหมด ถูกควบคุมโดยตรงจากนายทุนจีนในต่างประเทศ
3. ผูกขาดครบวงจร (Monopoly): กลุ่มทุนรุกคืบตั้งแต่ ต้นน้ำ (เช่าสวนผลิตเอง) กลางน้ำ (ตั้งล้งรวบรวมและแปรรูป) จนถึง ปลายน้ำ (ส่งออกไปยังเครือข่ายตนเอง) ทำให้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการกำหนดราคา
การกินรวบวงจรธุรกิจเช่นนี้ทำให้กลุ่มทุนต่างชาติมีอำนาจผูกขาดในการกำหนดราคา โดยพบหลักฐานว่ามีการกดราคารับซื้อหน้าสวนจากเกษตรกรไทยให้ต่ำลงอย่างผิดปกติเหลือเพียงลูกละ 2-5 บาท ในขณะที่นำไปแปรรูปและส่งออกไปยังประเทศอื่นโดยเฉพาะประเทศจีนในราคาลูกละ 35- 50 บาท โดยส่วนต่างกำไรมหาศาลนี้จะถูกโอนกลับไปยังกลุ่มนายทุนต่างชาติโดยตรง พฤติการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำให้เกษตรกรไทยถูกตัดออกจากระบบการค้าปกติ แต่ยังเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคามะพร้าวหน้าสวนทั่วประเทศตกต่ำและสูญเสียเสถียรภาพ
นอกจากนี้ การวิเคราะห์งบการเงินย้อนหลังยังพบความผิดปกติในการรายงานผลประกอบการเป็นตัวเลข "ขาดทุน" มาโดยตลอด แต่รายได้บริษัทในแต่ละปีกลับสูงขึ้น ซึ่งเป็นการใช้ช่องว่างทางกฎหมายและการจัดทำบัญชีเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องเสียภาษีให้แก่รัฐอย่างถูกต้อง และยังเป็นการครอบงำกิจการที่สงวนไว้สำหรับคนไทย อันเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจและกลไกการค้าของประเทศอย่างร้ายแรง
จากการตรวจค้นสามารถตรวจยึดของกลางเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานได้เป็นจำนวนมาก
ประกอบด้วย หลักฐานการซื้อขายมะพร้าว สัญญาเช่าสวนมะพร้าว เอกสารทางบัญชีและภาษี รวมกว่า 10 กล่อง ซึ่งแสดงถึงรายการเดินบัญชีที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง , อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่มีข้อมูลการติดต่อกับนายทุนต่างชาติ





