- 19 มี.ค. 2569
อัปเดตสถานการณ์โรคไข้กาฬหลังแอ่นในประเทศไทย ปี 2569 พบผู้ป่วยสะสม 5 ราย เสียชีวิต 3 ราย แม้ยังไม่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน แต่เป็นโรครุนแรง ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด
สถานการณ์โรค “ไข้กาฬหลังแอ่น” ของประเทศไทย ปี 2569 (ข้อมูล ณ วันที่ 18 มีนาคม 2569) พบผู้ป่วยสะสมจำนวน 5 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 0.008 ต่อประชากรแสนคน และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย หรืออัตราป่วยตายร้อยละ 60
โรคไข้กาฬหลังแอ่นเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่มีความรุนแรงสูง เกิดจากเชื้อ Neisseria meningitidis ติดต่อผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการอยู่ใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน
จากการวิเคราะห์ข้อมูลเฝ้าระวัง ยังไม่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน ผู้ป่วยมีลักษณะเกิดแบบประปราย (sporadic) และกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ ได้แก่ จ.น่าน จ.ยะลา จ.นนทบุรี จ.นครศรีธรรมราช และ จ.อุดรธานี จังหวัดละ 1 ราย
เมื่อพิจารณาตามช่วงอายุ พบผู้ป่วยสูงสุดในกลุ่มเด็กอายุ 0–4 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 40–49 ปี และ 20–29 ปี ตามลำดับ
ข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี พบว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคนี้เฉลี่ยปีละประมาณ 20–30 ราย โดยภาพรวมยังไม่พบการระบาด และจำนวนผู้ป่วยยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม โรคนี้มีความรุนแรงและดำเนินโรคได้รวดเร็ว จึงต้องยึดหลัก “รู้เร็ว รักษาเร็ว ควบคุมเร็ว”
ประเด็นสำคัญด้านการเฝ้าระวัง:
แม้สถานการณ์ยังไม่เข้าสู่การระบาด แต่ด้วยอัตราป่วยตายที่ยังสูง ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องคงความเข้มข้นของระบบเฝ้าระวังและการตอบโต้โรคอย่างรวดเร็ว โดยมีมาตรการสำคัญ ได้แก่
- เฝ้าระวังและค้นหาผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว
- วินิจฉัยและให้ยาปฏิชีวนะโดยเร็ว
- ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดและให้ยาป้องกัน
- สื่อสารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เพื่อลดความตื่นตระหนก
ข้อแนะนำสำหรับประชาชน:
- หากมีอาการไข้สูง ร่วมกับคอแข็ง ซึม หรือมีผื่นจ้ำเลือด ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
- ผู้ที่มีแผนเดินทางไปต่างประเทศ หรือไปอยู่ในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก เช่น หอพัก สถานศึกษา มหาวิทยาลัย หรือกิจกรรมค่ายต่าง ๆ
ควรพิจารณารับวัคซีนป้องกันล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทาง
ที่มา : กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค






