จับเรือขนน้ำมันหนีภาษี กว่า 300,000 ลิตร มุ่งหน้าแม่น้ำเจ้าพระยา

DSI ผนึกกำลังหน่วยงานรัฐ ตรวจยึดเรือลอบขนน้ำมันหนีภาษี พบน้ำมันดีเซลชนิด B0 (น้ำมันบริสุทธิ์ไม่ผสมไบโอดีเซล)กว่า 300,000 ลิตร

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ดีเอสไอ ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติการร่วมกับทัพเรือภาคที่ 1 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดชลบุรี กรมสรรพสามิต สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 6 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบ กรณีพบเรือต้องสงสัยมีพฤติกรรมลักลอบขนส่งน้ำมันโดยหลีกเลี่ยงภาษี โดยมี พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นผู้นำการตรวจสอบ ณ ท่าเรือจุกเสม็ด จังหวัดชลบุรี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบเรือชื่อ “บี มารู 3” มีลักษณะบรรทุกของเหลวปริมาณมาก มีกลิ่นคล้ายน้ำมันดีเซลเต็มระวางเรือ ขณะเดินเรือบริเวณปากร่องแม่น้ำเจ้าพระยา มุ่งหน้าเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามและเข้าตรวจสอบ ผลจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ของเหลวภายในเรือเป็นน้ำมันดีเซลชนิด B0 (น้ำมันบริสุทธิ์ไม่ผสมไบโอดีเซล) ปริมาณประมาณ 300,000 ลิตร

จับเรือขนน้ำมันหนีภาษี กว่า 300,000 ลิตร มุ่งหน้าแม่น้ำเจ้าพระยา

และพบลูกเรือสัญชาติไทย จำนวน 6 คน ซึ่งไม่พบเอกสารประจำตัวลูกเรือ และเอกสารประจำเรือแต่อย่างใด จึงเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งสินค้าหลีกเลี่ยงภาษี เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมเรือพร้อมลูกเรือทั้งหมดมายังท่าเรือจุกเสม็ด จังหวัดชลบุรี เพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด และรวบรวมพยานหลักฐานส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จับเรือขนน้ำมันหนีภาษี กว่า 300,000 ลิตร มุ่งหน้าแม่น้ำเจ้าพระยา

โดยเรือดังกล่าวมีความผิด ดังนี้

1. ความผิดตาม พรบ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 ได้แก่ คนประจำเรือไม่แจ้งลงเรือ ไม่เก็บใบประกาศนียบัตรไว้ในเรือ และนายเรือไม่เก็บใบอนุญาตไว้ในเรือ ทั้งนี้เจ้าท่าได้เปรียบเทียบปรับเรียบร้อย

จับเรือขนน้ำมันหนีภาษี กว่า 300,000 ลิตร มุ่งหน้าแม่น้ำเจ้าพระยา

2. ความผิดการขนส่งน้ำมันผิดกฎหมาย โดยกรมพลาธิการทหารเรือ และ กรมสรรพสามิต ยืนยันว่าเป็นน้ำมันดีเซล จำนวน 250,000 ลิตร ทั้งนี้กรมสรรพสามิตกำลังดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามฐานความผิด และลงบันทึกประจำวันที่ สภ.สัตหีบ ต่อไป