- 23 มี.ค. 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยตำรวจทางหลวง รวบตำรวจเก๊คาถนนพระราม 2 ชักปืนข่มขู่เพื่อนร่วมทาง พบประวัติอ้างเป็นตำรวจกองปราบกรรโชกทรัพย์ และยาเสพติดหลายคดี
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ตำรวจเก๊ ตำรวจปลอม จับคาถนนพระราม 2 วีรกรรมชักปืนข่มขู่เพื่อนร่วมทาง กรรโชกทรัพย์ และมีประวัติยาเสพติดหลายคดี
โดยผู้ต้องหาคือ
นายประกายเพ็ชร (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี
นายอุทัย (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี
โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน
ผู้ต้องหาที่ 1 มีและใช้เอกสารราชการปลอม สวมทะเบียนรถ และบัตรข้าราชการตำรวจปลอม
ผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม และมีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน (โดรน)
สถานที่จับกุม หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงมหาชัย ถนนพระราม 2
พฤติการณ์แห่งคดี วันที่ 19 มี.ค. 69 เวลาประมาณ 13.30 น. ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ได้รับการประสานงานผ่านศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรสมุทรสงคราม ให้ตำรวจทางหลวงช่วยสกัดจับรถตู้สีขาว ทะเบียน ฮอ 2167 กทม. กรณีรับแจ้งจากประชาชนพบผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่เพื่อนร่วมทาง ขณะขับรถอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย บริเวณด่านชั่งพระราม 2 กิโลเมตรที่ 53 ขาเข้ากรุงเทพมหานคร
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้วางกำลังสังเกตการณ์บริเวณหน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงมหาชัย และหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงบางโทรัด ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนพระราม 2 จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น. รถตรวจการณ์พบรถเป้าหมายและทำการเรียกตรวจค้น พบนายประกายเพ็ชร (คนขับ) ทราบชื่อภายหลัง ได้แสดงบัตรข้าราชการตำรวจระบุชื่อ ร้อยตำรวจตรี สมบูรณ์ รุ่งโรจน์ ตำแหน่งรองสารวัตร กองกำกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมอ้างว่าตนเป็นบุคคลตามบัตรดังกล่าว เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตำรวจทางหลวงตรวจสอบในระบบ พบว่าเป็น "บัตรปลอม" จึงทำการจับกุมตัวพร้อมผู้ต้องหาที่โดยสารมาด้วยอีกหนึ่งคนคือ นายอุทัยฯ โดยนำรถและผู้ต้องหาทั้งสองไปตรวจสอบที่หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงมหาชัย หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียด ภายในรถตู้คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืน Sig Sauer P365 สีดำ (ปืนผิดมือ) ขนาด 9 มม. พร้อมแม็กกาซีนบรรจุกระสุนพร้อมใช้ จำนวน 10 นัด และกระสุนจำนวน 15 นัด เก็บอยู่ในถุงซิปเปิดปิดได้
และพบปืนแบลงค์กัน RETAY MOD92 สีขาว ขนาด 3 มม. บรรจุกระสุนพร้อมใช้จำนวน 2 นัด อีก 1 กระบอก จากการตรวจสอบป้ายทะเบียนรถหมายเลข ฮอ 2167 กทม. พบว่าแผ่นป้ายทะเบียนดังกล่าวเป็นป้ายทะเบียนปลอม ถูกสั่งทำขึ้นมาเพื่อสวมแทนทะเบียนจริงซึ่งไม่เป็นไปตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ตรวจสอบชื่อผู้ครอบครองตามหมายเลขทะเบียนเป็นของบริษัทลีสซิ่งกสิกรไทย
นายประกายเพ็ชรฯ ให้การว่าตนได้สั่งทำผ่านคนรู้จักชื่อ นายกุน ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง อยู่บ้านแถวบิ๊กคิง บางใหญ่ และนัดรับแถวรามคำแหง ในราคาคู่ละ 4,000 บาท และยังพบแผ่นป้ายทะเบียน นง 8056 สมุทรปราการ และแผ่นป้ายทะเบียน ภท 1449 กรุงเทพมหานคร ซุกอยู่หลังเบาะรถ ตรวจสอบแล้วป้ายทะเบียนหมายเลข นง 8056 สมุทรปราการ เป็นป้ายจริงที่ข้อมูลตรงกับรถที่ใช้ก่อเหตุ
ส่วนป้ายทะเบียนหมายเลข ภท 1449 กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบแล้วชื่อผู้ครอบครองเป็นของนายประกายเพ็ชรฯ เอง ซึ่งเป็นป้ายรถที่ถูกระงับการใช้งานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ซึ่งมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการเตรียมความพร้อมที่จะทำการสับเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนเพื่อหลบเลี่ยงการติดตามอยู่ตลอด จนอาจนำไปสู่การก่อเหตุสวมรอยเป็นตำรวจเพื่อแอบอ้างในการกระทำความผิด
และยังพบอุปกรณ์สวมรอยเจ้าหน้าที่เต็มรูปแบบ อุปกรณ์สอดแนมโดรน DJI Mini 4 Pro โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และวิทยุสื่อสารแบบใส่ซิมมากถึง 8 เครื่อง และยังพบเสื้อเกราะกันกระสุนสีดำ สัญลักษณ์ตำรวจท่องเที่ยว เสื้อคลุมสีน้ำเงินหน่วยงาน สอท.2 (ตำรวจไซเบอร์) เสื้อกั๊กสีน้ำเงินติดสัญลักษณ์ สืบสวน ตำรวจท่องเที่ยว ป้ายแขวนคอมีตัวหนังสือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และยาไอซ์ 1 ถุงเล็ก ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ
จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรม พบว่านายประกายเพ็ชรฯ มีประวัติทั้งคดีกรรโชกทรัพย์ ปลอมแปลงเอกสารราชการ อ้างตัวเป็นตำรวจกองปราบ ข่มขู่นักธุรกิจชาวจีนว่าจะเข้ามาตรวจสอบการทำงานของสถานประกอบการที่สัตหีบ หากไม่อยากถูกตรวจสอบหรือถูกจับกุม ให้โอนเงินจำนวน 20,000 บาทมาให้ เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี
แต่ผู้เสียหายไม่ยอมตกเป็นเหยื่อ จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อวางแผนตลบหลัง โดยมีการนัดหมายส่งมอบเงินสด ณ จุดนัดพบ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายประกายเพ็ชรได้ขับรถตู้สีขาว (สวมทะเบียน) มายังจุดนัดพบ พร้อมแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและโชว์ตราสัญลักษณ์ตำรวจกองปราบ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
ทันทีที่ผู้เสียหายยื่นซองบรรจุเงินจำนวน 20,000 บาทให้ นายประกายเพ็ชรก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มรออยู่แสดงตัวเข้าจับกุมทันที






