เปิดลิสต์สินค้าปลอม บุกยึดคาห้างกลางกรุง เสียหาย 70 ล้าน

ลุยห้างดังกลางกรุง กวาดล้างสินค้าปลอมละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ยึดหลายพัน ไม่ต่ำกว่า 70 ล้าน ยกระดับความเชื่อมั่นตลาดการค้าไทย

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จับมือกรมทรัพย์สินทางปัญญา ลุยห้างดังกลางกรุง กวาดล้างสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ยกระดับความเชื่อมั่นตลาดการค้าไทย โดยจับกุมผู้ต้องหาดังนี้

 

บุกห้างกลางกรุง กวาดล้างสินค้าปลอม เศรษฐกิจพังไม่ต่ำกว่า 70 ล้าน

 

บุกห้างกลางกรุง กวาดล้างสินค้าปลอม เศรษฐกิจพังไม่ต่ำกว่า 70 ล้าน

 

1.นายอยุทธ์ ฯ อายุ 51 ปี
2.นางสาวธัญพร ฯ อายุ 63 ปี
3.นายพีระพล ฯ อายุ 37 ปี
4.นางสาววลัญช์สรณ์ ฯ อายุ 54 ปี
5.นางสาวจิระญา ฯ อายุ 41 ปี
6.นางสาวจันทร์นิภา ฯ อายุ 34 ปี

ฐานความผิด “เสนอจำหน่ายสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าที่บุคคลอื่นจดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร”

สถานที่จับกุม ร้านค้าบริเวณชั้น 1, ชั้น 3 และชั้น 4 ภายในห้างสรรพสินค้า ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

พร้อมตรวจยึดของกลาง

  • น้ำหอมที่ปลอมเครื่องหมายการค้า
  • เสื้อและกางเกงกีฬา หมวก กระเป๋า เข็มขัด ที่ปลอมเครื่องหมายการค้า
  • เคสโทรศัพท์ เคสหูฟังที่ปลอมเครื่องหมายการค้า
  • เครื่องประดับปลอมเครื่องหมายการค้า

จากรายงาน Notorious Markets ประจำปี 2568 ของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (United States Trade Representative: USTR) ประกาศรายชื่อตลาดที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงทั่วโลก โดยประเทศไทยยังคงมีพื้นที่เฝ้าระวังอยู่

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ได้ร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่องในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยมุ่งยกระดับการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้น จริงจัง และต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น

บุกห้างกลางกรุง กวาดล้างสินค้าปลอม เศรษฐกิจพังไม่ต่ำกว่า 70 ล้าน

 

ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา, พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมบูรณาการกำลังทำการลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาภายในศูนย์การค้าชื่อดังในเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร พบการกระทำความผิดในลักษณะเดิมยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตรวจพบการลักลอบจำหน่ายสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าจำนวนมาก

 

บุกห้างกลางกรุง กวาดล้างสินค้าปลอม เศรษฐกิจพังไม่ต่ำกว่า 70 ล้าน

 

ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวเคยถูกกวาดล้าง ตรวจค้น และจับกุมมาแล้วหลายครั้ง จึงได้มีการบูรณาการกำลังเข้าตรวจค้นอย่างเข้มข้นอีกครั้ง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง ไม่ปล่อยปละละเลย และดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด

ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้รวม 6 จุด ตรวจยึดของกลางได้รวมจำนวนหลายพันรายการ มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท พร้อมจับกุมผู้กระทำความผิด ส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

บุกห้างกลางกรุง กวาดล้างสินค้าปลอม เศรษฐกิจพังไม่ต่ำกว่า 70 ล้าน

 

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงความเข้มข้นในการกวาดล้างและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและประชาชนว่าจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมหารือศูนย์การค้าเข้มงวดกับผู้เช่า รวมทั้งจัดมาตรการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอและรณรงค์สร้างความตระหนักรู้และต่อต้านการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาภายในศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่อง โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ยังมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการไม่ให้จำหน่ายสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้า เนื่องจากการกระทำดังกล่าวถือว่าเข้าข่ายมีความผิดทางอาญา

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ได้ดำเนินการป้องกันปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง เพื่อเป็นการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจ และปกป้องประชาชน มิให้ได้รับอันตรายจากสินค้าปลอมที่อาจผลิตโดยไม่ได้มาตรฐาน จึงใคร่ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการ และประชาชน ไม่ซื้อ ไม่ขาย และไม่สนับสนุนสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และหากประชาชนทั่วไปมีเบาะแสเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้า สามารถแจ้งเบาะแสมาได้โดยตรงที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง Website : https://cib.go.th/  หรือ Facebook ตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชนให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”