- 24 มี.ค. 2569
หมอหวิว สูตินรีแพทย์เตือนจากเคสจริงที่เจอ 2 วันติด ผู้ป่วยหญิงมีสิ่งแปลกปลอมติดในช่องคลอด บางชิ้นหมอก็เพิ่งเคยเจอ
กลายเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์จากห้องตรวจที่ถูกพูดถึงไม่น้อย หลัง พญ.ชัญวลี ศรีสุโข หรือ “หมอหวิว” สูตินรีแพทย์ ออกมาเล่าประสบการณ์ตรงจากการรักษาผู้ป่วยหญิง 2 รายติดต่อกัน ซึ่งต้องเข้ารับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน หลังมีสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไปติดอยู่ภายในช่องคลอด โดยแพทย์หญิงเจ้าของเรื่องย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องน่าประจาน แต่เป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ และอยากนำมาเตือนเป็นอุทาหรณ์เกี่ยวกับการเลือกใช้อุปกรณ์ส่วนตัวอย่างระมัดระวัง
พญ.ชัญวลี ระบุผ่านโพสต์ว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้เป็นเรื่องที่ผู้หญิงจำนวนมากรู้สึกอับอาย แต่สำหรับสูตินรีแพทย์แล้ว ถือเป็นเรื่องปกติที่พบได้ในทางการแพทย์ และการนำเรื่องนี้มาเล่าไม่ใช่เพื่อประจานผู้ป่วยรายใด เพียงต้องการสื่อสารให้สังคมตระหนักถึงความเสี่ยงจากการใช้อุปกรณ์บางอย่างโดยขาดความระมัดระวัง
สำหรับรายแรก เป็นผู้หญิงวัย 50 กว่าปี ที่มาขอให้แพทย์ช่วยนำสิ่งของออกจากช่องคลอด หลังเกิดอาการคันอย่างมากจากภาวะเบาหวาน จึงนำฝาโรลออนมาใช้เกาบรรเทาอาการ เนื่องจากมองว่าไม่มีความคมและน่าจะปลอดภัยกว่าเล็บหรือผ้า แต่ระหว่างนั้น ฝาโรลออนกลับหลุดเข้าไปภายในช่องคลอดจนไม่สามารถนำออกเองได้
หมอหวิวเล่าว่า เคสดังกล่าวในขั้นตอนแรกยังถือว่าไม่ยากนัก โดยสามารถใช้เครื่องมือร่วมกับคีมคีบออกมาได้สำเร็จ แต่ระหว่างตรวจพบว่าผู้ป่วยมีเลือดออกมาก สะท้อนว่าพยายามนำสิ่งของออกเองมาแล้วหลายครั้ง ทว่าทำไม่สำเร็จ อีกทั้งของชิ้นดังกล่าวยังไปครอบอยู่บริเวณปากมดลูก จนเกิดลักษณะคล้ายแรงดูดสุญญากาศ ซึ่งในบางกรณีอาจถึงขั้นต้องดมยาสลบเพื่อช่วยนำออก
ส่วนอีกราย เป็นหญิงวัย 40 กว่าปี ที่เดินทางมาพบแพทย์ด้วยอาการคล้ายกัน โดยกระซิบบอกเพียงว่ามีสิ่งของหลุดเข้าไปข้างในและมีท่าทีอายอย่างมาก เมื่อแพทย์ตรวจด้วยเครื่องมือ พบวัตถุลักษณะกลมรีสีอ่อน คล้ายไข่ และภายหลังจึงทราบว่าเป็นอุปกรณ์ซิลิโคน ซึ่งหลุดเข้าไปติดอยู่ลึกด้านหลังปากมดลูก
แพทย์หญิงเล่าว่า เคสนี้ยากกว่าปกติ เพราะวัตถุดังกล่าวมีความลื่นสูง ใช้ทั้งคีมและอุปกรณ์เกี่ยวก็ไม่สามารถนำออกได้ อีกทั้งตำแหน่งที่ไปติดยังพอดีกับสรีระด้านใน จนทำให้ยิ่งนำออกได้ยากขึ้น แม้จะลองให้ผู้ป่วยช่วยเบ่ง ก็กลับยิ่งทำให้วัตถุฟิกซ์แน่นกว่าเดิม
ท้ายที่สุด แพทย์ต้องใช้เทคนิคประคองและกดดันวัตถุด้วยนิ้วอย่างระมัดระวัง พร้อมให้ผู้ป่วยควบคุมการหายใจ จึงสามารถนำอุปกรณ์ชิ้นดังกล่าวออกมาได้สำเร็จ ก่อนจะพบว่าเป็นไข่ซิลิโคนขนาดค่อนข้างใหญ่ ซึ่งแม้จะสามารถใส่เข้าไปได้ แต่กลับนำออกได้ยากอย่างมาก เพราะปากช่องคลอดแคบกว่าด้านในและพื้นผิวของวัตถุมีความลื่น
หมอหวิวย้ำในตอนท้ายว่า ไม่ได้ต้องการซักถามหรือซ้ำเติมผู้ป่วย แต่ต้องการฝากเตือนว่า การใช้อุปกรณ์ช่วยตนเองควรเลือกอย่างเหมาะสมและปลอดภัย เพราะบางชิ้นอาจใส่เข้าไปได้ง่าย ทว่าเมื่อติดค้างอยู่ภายในแล้ว อาจกลายเป็นปัญหาทางการแพทย์ที่ยุ่งยากกว่าที่คิด และต้องอาศัยแพทย์ช่วยเหลือโดยด่วน
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Chanwalee Srisukho






