- 27 มี.ค. 2569
ความจริงก็คือความจริง "พิพัฒน์" ยอมพูดแล้ว เบื้องลึกประกาศราคาน้ำมันหลัง 4 ทุ่ม เผยนายกฯ แซว "ทัวร์ลงเต็มที่"
ประเด็นราคาน้ำมันพุ่ง 6 บาทยังคงเป็นกระแสร้อนที่สังคมจับตา ล่าสุด พิพัฒน์ รัชกิจประการ ออกมาชี้แจงผ่านรายการโทรทัศน์ ยอมรับตรง ๆ ว่าขณะนี้ถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหรือ “ทัวร์ลงทุกวัน” แต่ยืนยันว่าการปรับขึ้นราคาน้ำมันครั้งนี้เป็นไปตามข้อเท็จจริงและกลไกตลาด โดยรัฐบาลพยายามประคับประคองสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด พร้อมย้ำว่าหัวใจสำคัญคือทำอย่างไรให้ประชาชนยังมีน้ำมันใช้เพียงพอในทุกสถานีบริการ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศบก. เปิดเผยในรายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” ถึงกรณีการปรับขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ว่า “ความจริงก็คือความจริง หนียังไงก็ไม่พ้น”
พร้อมยอมรับว่า หลังมีการประกาศปรับขึ้นราคา ก็ต้องเผชิญกับกระแสวิจารณ์จากสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยระบุในเชิงติดตลกว่า ตอนนี้ “ทัวร์ลงทุกวันอยู่แล้ว” และถึงขั้น “เตรียมซื้อลานจอด” รองรับกระแสโจมตีที่ถาโถมเข้ามา
- ชี้ขึ้นราคา 6 บาท เป็นมติหารือร่วม ต้องรักษาสมดุลราคาภูมิภาค
นายพิพัฒน์อธิบายว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ไม่ได้เกิดขึ้นโดยลำพังจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นผลจากการหารือของ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก่อนจะมีการรายงานต่อนายกรัฐมนตรี และนำไปสู่การประกาศปรับราคาหลังเวลา 22:00 น.
เจ้าตัวย้ำว่า การตัดสินใจดังกล่าวจำเป็นต้องอิงตาม กลไกราคา และสถานการณ์ตลาด โดยเฉพาะการรักษาระยะห่างด้านราคาน้ำมันระหว่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย เพื่อไม่ให้เกิดความบิดเบือนในระบบ และลดความเสี่ยงที่จะกระทบต่อการกระจายน้ำมันในประเทศ
- เผยนายกฯ รับรู้ผลกระทบ บอก “ราคายังไม่ใช่ปัญหา แต่ทุกปั๊มต้องมีน้ำมัน”
นายพิพัฒน์ยังเล่าถึงการหารือภายในรัฐบาลว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับ การมีน้ำมันเพียงพอในทุกสถานีบริการ มากกว่าประเด็นตัวเลขราคาเพียงอย่างเดียว โดยระบุว่า นายกฯ มองว่า
“ราคาไม่เป็นปัญหา แต่ทุกสถานีต้องมีน้ำมันก่อน” พร้อมยอมรับว่า แม้ก่อนหน้านี้เพียงแค่ขยับขึ้น 3 บาท ก็ถือว่าหนักมากแล้ว แต่ข้อเท็จจริงคือรัฐบาลยังคงพยายาม แบกรับภาระให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้ผลกระทบตกลงสู่ประชาชนมากเกินไป
นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ยังเผยด้วยว่า ในคืนที่มีการประกาศขึ้นราคา 6 บาท ท่านนายกฯ ไม่ทราบมาก่อนล่วงหน้าจะขึ้นถึง 6บาท ทราบแต่เพียงว่าจะขอขยับขึ้น 3 บาท เท่านั้น โดยในคืนวันที่ประกาศปรับขึ้นเป็น 6 บาท ท่านนายกฯ ยังบอกว่า "เอาแล้วพี่พิพัฒน์ รอรอบเช้านี้พวกเราสบาย คือทัวร์ลงเต็มที่" ซึ่งนโยบายท่านนายกฯ ยืนยันว่า ราคาไม่มีปัญหา แต่ทุกปั๊มต้องมีน้ำมันเติมไว้ก่อน ซึ่ง นายพิพัฒน์ และยืนยันว่า การขึ้นราคาไม่ได้แอบซุ่มขึ้นหลังเลิกประชุมสภาฯ ตามที่ถูกวิจารณ์
- แจงปม “รวยไม่ไหวแล้ว” บอกพูดอะไรตอนนี้ก็ไม่มีใครเชื่อ
สำหรับกรณีที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์คำพูดเรื่อง “รวยไม่ไหวแล้ว” นายพิพัฒน์ชี้แจงว่า อยากให้สังคม รอดูข้อพิสูจน์ในช่วงสิ้นปี มากกว่าจะตัดสินจากคำอธิบายเพียงอย่างเดียว โดยระบุว่า สิ่งที่จะตอบคำถามได้ดีที่สุดคือ
ผลประกอบการใน ไตรมาส 1
ผลกำไรโดยรวมตลอดทั้งปี
และข้อเท็จจริงว่า ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องยังได้กำไร “เหมือนปกติ” หรือไม่
นายพิพัฒน์ยอมรับด้วยว่า ในบรรยากาศปัจจุบัน ต่อให้ชี้แจงอย่างไร หลายคนก็คงยังไม่เชื่ออยู่ดี เพราะสังคมกำลังจับตาอย่างเข้มข้นต่อทุกความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและผลประโยชน์ทางธุรกิจ
- โดนตั้งคำถามหนัก ปม “เอาพ่อค้าน้ำมันมาบริหารวิกฤตน้ำมัน”
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างหนัก คือข้อครหาจากสังคมที่ตั้งคำถามว่า
“เอาพ่อค้าน้ำมันมาบริหารวิกฤตสถานการณ์น้ำมันได้อย่างไร”
นายพิพัฒน์ยอมรับว่า ตนเองกำลังเผชิญกับแรงกดดันในประเด็นนี้โดยตรง แต่ก็ย้ำว่า บทบาทของตนในครั้งนี้เป็นเพียง ผู้อำนวยการ ศบก. เท่านั้น และไม่ได้มีอำนาจไป ชี้นำหรือสั่งการกระทรวงพลังงานโดยตรง ในการกำหนดนโยบายด้านพลังงานทั้งหมด
คำชี้แจงดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางกระแสวิจารณ์ที่ยังคงร้อนแรงในสังคม ซึ่งสะท้อนว่าประเด็นราคาน้ำมันในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องค่าครองชีพ แต่ยังโยงไปถึง ความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการภาครัฐ ด้วยเช่นกัน






