ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบสองผัวเมียบัญชีม้าแก๊งร้านค้าลวงโลก

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบสองผัวเมียบัญชีม้าแก๊งร้านค้าลวงโลก หลอกสาวโรงงานสูญเงินกว่า 5 แสนบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.,  
พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์  
รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย, พ.ต.ท.วาทิต จิตรจันทึก, พ.ต.ท.ศรัณย์ ศรีพักตร์, พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ รอง ผกก.5 บก.ป. 
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ ที่ 2

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบสองผัวเมียบัญชีม้าแก๊งร้านค้าลวงโลก

ร่วมกันจับกุม นายโสฬสฯอายุ 52 ปี และ น.ส.กาญจนาฯ อายุ 52 ปี ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน  
1.นายโสฬสฯ อายุ 52 ปี (สามี) ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ 460/2568 ลงวันที่  
14 ตุลาคม 2568 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์  
ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ,ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือ บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนฯ และศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ จ.312/2568 ลงวันที่ 9  มิถุนายน 2568 ข้อหา “ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ฯ 
2.น.ส.กาญจนาฯ อายุ 52 ปี (ภรรยา) ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดพล ที่336/2568 ลงวันที่  
19 ธันวาคม 2568 ข้อหา“โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ,ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนฯ ” 
สถานที่จับกุม ที่ ม.4 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 
พฤติการณ์ ก่อนการจับกุม เมื่อวันที่ 5 มีนาคม  2568 ขณะที่ผู้เสียหายพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งใน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบสองผัวเมียบัญชีม้าแก๊งร้านค้าลวงโลก

จ.เพชรบุรี หลังเลิกงานนั่งเล่นติ๊กต๊อกที่บ้านพัก ได้มีคนร้ายใช้ติ๊กต๊อกชื่อ "Attipong Amatayakul"  
ส่งข้อความทักมาแนะนำตัวเองว่าชื่อนายอัทธิพงค์ฯ หรือนัทฯ ชักชวนผู้เสียหายทำงานหารายได้พิเศษ ผู้เสียหายอยากมีรายได้เสริม เพื่อส่งลูกเรียนหนังสือสูงๆจึงตอบตกลง จากนั้นนายอัทธิพงค์หรือนัทฯ ได้ส่งลิงก์ร้านค้ามาให้ผู้เสียหายสมัครลงทะเบียนหน้าร้านคาเพื่อขายสินค้าในเวปไซต์ชื่อ Web.goods-dd.com และเปิดหน้าร้านในเวปดังกล่าว จากนั้นให้ผู้เสียหายเข้าไปเลือกสินค้าในเวปเอามาลงหน้าร้านค้า เพื่อไว้ขายให้ลูกค้าและเมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อสินค้า ให้ผู้เสียหายโอนจ่ายค่าสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อเพื่อสร้างยอดขายให้กับตนเอง  แล้วทางเวปจะโอนเงินคืนมาให้โดยผู้เสียหายจะได้ผลตอบแทนประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย   
หากลูกค้าสั่งซื้อสินค้าเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐผู้เสียหายจะต้องโอนเงินบาทไทยไปแลกเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ  และให้ติดต่อกับแอดมินใช้ไลน์ชื่อ" TikTok shop " เพื่อแลกเงินจากเงินบาทไทยเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ  
เมื่อผู้เสียหายติดต่อแอดมินดังกล่าวเพื่อแลกเงิน แอดมินได้ส่งคิวอาร์โค้ตพร้อมเพย์ของนายโสฬสฯ และ 
น.ส.กาญจนาฯ สองสามีภรรยาผู้ต้องหาในคดีนี้มาให้ผู้เสียหายแสกนเพื่อแลกเงิน ซึ่งเมื่อผู้เสียหายแลกเงินและโอนเงินเข้าระบบของเวปดังกล่าวแล้ว ที่หน้าร้านออนไลน์ของผู้เสียหายก็จะมียอดขายของผู้เสียหายพร้อมกำไรที่ได้ขึ้นมาทุกครั้งที่มีลูกค้าสั่งซื้อสินค้า ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าตนเองสามารถขายของและมีกำไร 
เป็นอาชีพเสริมตามที่คาดหวังไว้ จึงโอนไปเรื่อยๆ ตามยอดขายที่ลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อสินค้า ปรากฏว่า 
เมื่อต้องการถอนเงินกำไรที่ได้ออกมาไม่สามารถถอนเงินได้ ทางแอดมินแจ้งว่าทำผิดขั้นตอน ต้องโอนเงินไปแก้ไขระบบจนสูญเงินกว่า 500,000 บาท จึงเชื่อว่าถูกหลอกจึงเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ นายโสฬสฯ  ส่วน น.ส.กาญจนาฯ มีผู้เสียหายท้องที่  
สภ.พล จ.ขอนแก่น แจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกหลอกให้ทำงานออนไลน์ลักษณะเดียวกันและให้โอนเงินไปที่บัญชีธนาคารของ น.ส.กาญจนาฯ สูญเงินไปกว่า 100,000 บาท เช่นเดียวกัน กระทั่งถูกจับกุมพร้อมกัน 
เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากว่า นายโสฬสฯ อายุ 52 ปี สัญชาติ ไทย และน.ส.กาญจนาฯ  อายุ 51 ปี สัญชาติ ไทย สองสามี ภรรยาหลบหนีการจับกุมมาอาศัยอยู่ที่ บ้านใน ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง  
จ.กาญจนบุรี จึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบ น.ส.กาญจนาฯ ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว ตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้เข้าควบคุมตัว แต่นายโสฬสฯ อาศัยช่วงชุลมุน ได้วิ่งหลบหนีไปทางหลังบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิ่งติดตามแต่ก็ไม่ทัน เพราะนายโสฬสฯ ชำนาญพื้นที่ แต่สังเกตุเห็นสุนัข ของนายโสฬสฯ ยืนอยู่ตรงพุ่มหญ้า จึงเดินไปตรวจสอบ จนพบว่านายโสฬสฯ หลบอยู่  เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้เข้าไปควบคุมตัว และแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ พร้อมแสดงหมายจับดังกล่าวให้ นายโสฬสฯ ดู และเมื่ออ่านข้อความ 
ในหมายจับจนรับทราบข้อความในหมายจับแล้วยอมรับ ว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุม ตามหมายจับนี้มาก่อนแต่อย่างใด  
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายโสฬสฯ และ น.ส.กาญจนาฯ ให้การยอมรับว่าตนเองกับภรรยา มีอาชีพเก็บของเก่าขาย ก่อนหน้านี้มีนายแซมฯ คนต่างด้าว มาติดต่อให้ไปเปิดบัญชีที่ธนาคารแห่งหนึ่งในจังหวัดสระแก้ว และแสกนหน้าได้รับค่าตอบแทนเงินคนละ 5,000 บาท แล้วส่งขึ้นรถตู้กลับ หลังจากนั้น 
มีหมายเรียกจากตำรวจมาหลายใบ จึงย้ายที่อยู่ไปเรื่อยโดยใช้อาชีพเก็บของเก่าหาเลี้ยงชีพ  
เตือนภัย การซื้อขายบัญชีม้าเป็นภัยต่อสังคม อย่าเห็นแก่ค่าตอบแทนที่ได้ เป็นความผิดอาญา มีโทษทั้งจำคุกและปรับ 
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป. หมายเลขโทรศัพท์ 094-9159193