- 05 เม.ย. 2569
แม่เสียชีวิตคาบ้าน 3 วัน ลูกชายนั่งเฝ้าลำพัง รู้เรื่องราวทำสะเทือนใจทั้งหมู่บ้าน เพื่อนบ้านเผยเคยแบ่งข้าวแบ่งกับข้าวให้
กลายเป็นเรื่องราวสุดสะเทือนใจที่สร้างความหดหู่ให้กับคนในสังคมไม่น้อย เมื่อมีการเปิดเผยเหตุการณ์ของครอบครัวหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ที่มีเพียงแม่ลูกอาศัยอยู่ด้วยกันตามลำพัง โดยหลังผู้เป็นแม่เสียชีวิตลงภายในบ้านพัก ลูกชายกลับต้องนั่งเฝ้าร่างแม่อยู่เพียงคนเดียวเป็นเวลาหลายวัน เพราะอ้างว่าไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียวที่จะนำแม่ไปประกอบพิธีทางศาสนา
เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยหลังมีพลเมืองดีแจ้งขอความช่วยเหลือไปยัง นายจักรกฤษณ์ แต่งตั้ง หรือ “ปอน” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง เจ้าของโครงการส่งศพผู้เสียชีวิตฟรีทั่วประเทศไทย และผู้ก่อตั้ง สมาคมสายธารสะพานบุญ ให้เข้ามาช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าวเป็นการเร่งด่วน
ภายหลังได้รับแจ้ง ในเวลา 21:30 น. วันที่ 4 เมษายน 2569 ปอนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จาก มูลนิธิร่วมกตัญญู และ มูลนิธิร่มไทรปทุมธานี ได้เดินทางเข้าตรวจสอบบ้านพักหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี
เมื่อไปถึงพบว่า ภายในบ้านมีร่างของหญิงอายุ 74 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณชั้น 2 ของตัวบ้าน โดยเจ้าหน้าที่ได้นำร่างส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตตามขั้นตอน
ขณะเดียวกัน ยังพบลูกชายของผู้เสียชีวิต อายุ 56 ปี อยู่ภายในบ้านในสภาพอิดโรยอย่างหนัก โดยมีรายงานว่า ไม่ได้รับประทานอาหารมานานถึง 3 วัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อให้การช่วยเหลือและรักษาอาการ
ความคืบหน้าล่าสุด มีรายงานว่า บริเวณหน้าบ้านปิดประตูทึบ และมีการติดประกาศข้อความไว้หน้าบ้านว่า “ทรัพย์สินส่วนบุคคลห้ามบุกรุก จะดำเนินคดีตามกฎหมาย”
หญิงอายุ 64 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตอนแรกไม่ทราบเลยว่าบ้านข้าง ๆ มีคนเสียชีวิต เพราะในช่วงค่ำของวันเกิดเหตุ หลังปิดร้านประมาณสองทุ่มกว่าเกือบสามทุ่ม ตนก็กลับเข้าบ้าน อาบน้ำ และพักผ่อนตามปกติ
กระทั่งช่วงประมาณ 21:30 น. จึงมีคนมาบอกว่ามีรถกู้ภัยมาจอดเต็มหน้าบ้าน จึงเริ่มเอะใจว่าอาจมีเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้น
เพื่อนบ้านรายนี้บอกด้วยว่า ก่อนหน้านี้พอจะทราบเพียงว่าครอบครัวดังกล่าวกำลังเผชิญปัญหาทางการเงิน และมีเรื่องเกี่ยวกับการถูกยึดบ้าน จนทำให้เกิดความเครียดสะสม แต่ไม่ทราบรายละเอียดลึกไปกว่านั้น
เพื่อนบ้านยังเล่าด้วยว่า แม้ผู้เสียชีวิตจะจากไปแล้วประมาณ 2 วัน แต่ตนกลับ ไม่ได้กลิ่นหรือสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติใด ๆ เลย เนื่องจากบ้านปิดมิดชิด และร่างของผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณชั้นบนของบ้าน จึงไม่สามารถรับรู้ได้จากภายนอก
ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้ยังเคยเห็นลูกชายของบ้านหลังดังกล่าวลงมาพูดคุยตามปกติ จึงยิ่งไม่ได้คิดว่าจะมีเหตุเศร้าเกิดขึ้นภายในบ้าน
แม้จะไม่ได้สนิทสนมกันมาก แต่เพื่อนบ้านต่างยอมรับว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะผู้เสียชีวิตเป็นคนอัธยาศัยดี และมักจะออกมาทำกิจวัตรยามเช้าอยู่เป็นประจำ เช่น รดน้ำต้นไม้ตั้งแต่ช่วงตี 5 รวมถึงทักทายเพื่อนบ้านอยู่เสมอ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังมานี้ครอบครัวดังกล่าวมีความเป็นอยู่ที่ลำบากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เพื่อนบ้านหลายคนพยายามช่วยเหลือกันตามกำลัง ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งข้าว แบ่งกับข้าว หรือซื้อของสดมาให้ เช่น ผัก หมู และปลาทู รวมถึงคอยสอบถามอยู่ตลอดว่ามีข้าวสารพอหรือไม่
หญิงเพื่อนบ้านรายเดิมเผยว่า หากวันไหนทำอาหาร ก็จะโทรเรียกลูกชายให้ลงมารับข้าวและกับข้าวขึ้นไปกินกับแม่อยู่เป็นประจำ เพราะรู้ดีว่าทั้งสองแม่ลูกใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก
ด้านเพื่อนบ้านชายอายุ 61 ปี เปิดเผยว่า ในคืนเกิดเหตุตนเองอยู่ในจุดเกิดเหตุด้วยตอนที่คุณปอนเข้ามารับร่างผู้เสียชีวิต โดยมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเชื่อมโยงกับ ความเครียดสะสมจากปัญหาหนี้สิน
เนื่องจากครอบครัวนี้มีเพียงแม่และลูกชายอาศัยอยู่ด้วยกันเพียง 2 คน และทั้งคู่ต่างไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ประจำ ทำให้ต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากภาระค่าใช้จ่ายและเจ้าหนี้ที่มาตามทวงถึงหน้าบ้าน รวมถึงมีการนำป้ายมาติดไว้ด้วย
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุขึ้น ทางคุณปอนและทีมงานจากเพจช่วยเหลือสังคม ได้เข้ามาช่วยเหลือในเบื้องต้น ทั้งในเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง และรับปากว่าจะช่วยดูแลเรื่องการจัดพิธีศพให้กับผู้เสียชีวิตอย่างเหมาะสม
ขณะเดียวกัน ประธานหมู่บ้านเปิดเผยว่า ในวันนี้จะเดินทางไปเยี่ยมลูกชายของผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล พร้อมทั้งเตรียมช่วยดำเนินเรื่องเอกสารสำคัญต่าง ๆ เช่น การแจ้งการเสียชีวิต และการรับร่างกลับมาประกอบพิธีทางศาสนา
เบื้องต้นคาดว่า พิธีศพจะจัดขึ้นที่วัดใกล้เคียงในพื้นที่ เพื่อให้คนในชุมชนสามารถเดินทางมาร่วมไว้อาลัยได้สะดวก เนื่องจากทราบว่าครอบครัวนี้มีเพียง 2 แม่ลูก และแทบไม่มีญาติใกล้ชิดคอยดูแล
ภาพจาก จักรกฤษณ์ แต่งตั้ง






