บึงกาฬวิกฤติ! PM2.5 พุ่งสูงแตะ 690 ไมโครกรัม ชาวบ้านวอนทำฝนหลวง

สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดบึงกาฬยังน่าเป็นห่วงต่อเนื่อง หลายพื้นที่ค่าฝุ่นพุ่งสูงเกินมาตรฐานอย่างรุนแรง กระทบสุขภาพและการใช้ชีวิตของประชาชน

เมื่อวันที่ 7 เมษายน เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เข้าสู่วันที่ 11 แล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ติดริมแม่น้ำโขง บรรยากาศในเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬถูกปกคลุมด้วยหมอกควันจากไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ทำให้ท้องฟ้าขุ่นมัว ทัศนวิสัยลดลงเหลือเพียงประมาณ 1 กิโลเมตร ประชาชนส่วนใหญ่ต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกบ้านเพื่อจับจ่ายใช้สอย

บึงกาฬวิกฤติ! PM2.5 พุ่งสูงแตะ 690 ไมโครกรัม ชาวบ้านวอนทำฝนหลวง

ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณสวนสาธารณะหนองบึงกาฬ ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จากเครื่องของกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งเป็นจุดตรวจวัดหลักของจังหวัด พบว่าค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่ 287 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่า PM2.5 อยู่ที่ 161.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าสูงที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบึงกาฬใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นเกณฑ์ในการประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติ

บึงกาฬวิกฤติ! PM2.5 พุ่งสูงแตะ 690 ไมโครกรัม ชาวบ้านวอนทำฝนหลวง

ขณะที่ข้อมูลจากเครื่องตรวจวัดฝุ่น DustBoy ของศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMU CCDC) ซึ่งติดตั้งครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอ พบค่าฝุ่นในหลายพื้นที่พุ่งสูงอย่างน่าตกใจ โดยบริเวณหน้าโรงพยาบาลอำเภอปากคาด วัดได้สูงถึง 690 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนบริเวณหน้าสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬอยู่ที่ 284 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หน้าโรงพยาบาลอำเภอบุ่งคล้า 185 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หน้าโรงพยาบาลอำเภอโซ่พิสัย 127 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ รพ.สต.บ้านนาคำแคน อำเภอศรีวิไล 114 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่บางอำเภออย่างพรเจริญ บึงโขงหลง และเซกา มีค่าอยู่ระหว่าง 45-59 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับสีส้ม

บึงกาฬวิกฤติ! PM2.5 พุ่งสูงแตะ 690 ไมโครกรัม ชาวบ้านวอนทำฝนหลวง

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 10 เมษายน 2569 ถึงประธานคณะกรรมการปกครองแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว เพื่อขอความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน โดยเน้นย้ำให้ยกระดับมาตรการงดการเผาป่าและเศษวัสดุทางการเกษตร รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและควบคุมจุดความร้อน (Hotspots) อย่างใกล้ชิด เพื่อลดการสะสมของฝุ่นและควันในอากาศ

ทั้งนี้ สถานการณ์หมอกควันในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬและแขวงบอลิคำไซอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรงต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ การดำรงชีวิต รวมถึงเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนทั้งสองประเทศ

ขณะเดียวกัน พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดเทศบาลเมืองบึงกาฬ เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยเสนอให้มีการฉีดพ่นละอองน้ำวันละ 2-3 ครั้ง และขอให้ดำเนินการทำฝนหลวงเพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นในอากาศ หลังได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น ผื่นคัน แสบตา และแสบจมูกอย่างต่อเนื่อง

บึงกาฬวิกฤติ! PM2.5 พุ่งสูงแตะ 690 ไมโครกรัม ชาวบ้านวอนทำฝนหลวง