เปิดค่าตัว "รถถัง จิตรเมืองนนท์" แต่ละไฟต์ไม่ใช่อย่างที่คิด!

ONE Championship Thailand เตรียมฟ้อง รถถัง จิตรเมืองนนท์ พร้อมเผยค่าตัวต่อไฟต์ที่แท้จริง สร้างกระแสฮือฮาเกินคาด

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนวงการมวยระดับโลก เมื่อ ONE Championship Thailand ได้ออกมาประกาศดำเนินการทางกฎหมายกับ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากแฟนมวยทั่วโลก

โดยทางด้าน ONE Championship Thailand ได้เผยแพร่แถลงการณ์อย่างเป็นทางการระบุว่า ทางองค์กรได้เริ่มดำเนินการทางกฎหมายต่อ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” ใน 3 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และประเทศไทย โดยให้เหตุผลว่านักมวยรายนี้ได้กระทำการฝ่าฝืนข้อผูกพันตามสัญญาหลายประการ โดยรายละเอียดในแถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า การกระทำดังกล่าวครอบคลุมทั้งการให้ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง รวมถึงการแสดงความเห็นบางประการที่เข้าข่ายลักษณะหมิ่นประมาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรโดยตรง และพบว่ามีการเพิกเฉยต่อข้อผูกพันซ้ำหลายครั้ง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากประเด็นทางกฎหมายแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางไม่แพ้กันคือ “ค่าตัว” ของรถถัง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเคยเป็นชนวนดราม่ามาแล้วหลายระลอก

เปิดค่าตัว "รถถัง จิตรเมืองนนท์" แต่ละไฟต์ไม่ใช่อย่างที่คิด!

ก่อนหน้านี้ แฟนมวยจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่า รถถังเป็นนักมวยไทยกลุ่มแรกที่ได้รับค่าตัวแตะระดับ 10 ล้านบาทต่อไฟต์จาก ONE แต่ความจริงแล้ว เจ้าตัวเคยออกมาไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อชี้แจงว่า ตัวเขาไม่ได้รับค่าตัวในระดับดังกล่าวทุกครั้งที่ขึ้นชก ทำให้เกิดข้อสงสัยและข่าวลือตามมามากมาย รวมถึงกระแสว่ามีความไม่ลงรอยกับผู้บริหารขององค์กร โดยเฉพาะ “บอสชาตรี”

ทางด้าน “บอสชาตรี” เคยพูดถึงค่าตัวของนักมวยแต่ละคนจะต้องมีองค์ประกอบหลายด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นชื่อชั้นของคู่ชก ความสำคัญของรายการ สถานะของไฟต์ว่าเป็นคู่เอกหรือคู่รอง รวมถึงมีการชิงแชมป์หรือไม่ ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลต่อค่าตัวที่นักกีฬาจะได้รับ

โดยไฟต์ที่รถถังพบกับ เดนิส พูริช ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง แม้จะเป็นไฟต์ที่ได้รับความสนใจจากแฟนมวยจำนวนมาก แต่เนื่องจากเจ้าตัวทำน้ำหนักไม่ผ่านตามเกณฑ์ ทำให้ค่าตัวลดลงเหลือประมาณ 7 ล้านบาท

เปิดค่าตัว "รถถัง จิตรเมืองนนท์" แต่ละไฟต์ไม่ใช่อย่างที่คิด!

ต่อมาในไฟต์ที่พบกับ จาค็อบ สมิธ ซึ่งกลับมาแข่งขันในกติกามวยไทยอีกครั้ง รถถังได้รับค่าตัวสูงถึง 15 ล้านบาท แต่เนื่องจากยังมีปัญหาเรื่องน้ำหนักเช่นเดิม ทำให้รถถังโดนหักค่าตัวประมาณ 3 ล้านบาท ส่งผลให้เงินได้รับอยู่ที่ประมาณ 12 ล้านบาท 

และไฟต์ที่หลายคนรอคอยในรายการ ONE 172 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนมีนาคม 2568 รถถังพบกับ ทาเครุ เซกาวา นักชกชื่อดังของญี่ปุ่น รถถังได้รับค่าตัวประมาณ 17 ล้านบาท และยังคว้าโบนัสเพิ่มอีก 1.7 ล้านบาท จากผลงานการชนะน็อก ทาเครุ เซกาวา

จากข้อมูลทั้งหมดนี้จะเห็นได้ชัดว่า ค่าตัวของรถถังไม่ได้มีตัวเลขตายตัว แต่มีความยืดหยุ่นตามเงื่อนไขของแต่ละไฟต์อย่างมีนัยสำคัญ บางไฟต์อาจต่ำกว่า 10 ล้านบาท ขณะที่บางไฟต์ก็สามารถพุ่งสูงเกินระดับดังกล่าวได้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งด้านการแข่งขัน กติกา และสถานการณ์เฉพาะหน้า

เปิดค่าตัว "รถถัง จิตรเมืองนนท์" แต่ละไฟต์ไม่ใช่อย่างที่คิด!