- 20 เม.ย. 2569
ดราม่าร้อน "เภสัชจุฬาเก๊" ถูกชาวเน็ตแฉพฤติกรรมแอบอ้างวิชาชีพ สร้างภาพใส่กาวน์รีวิวสินค้า สุดท้ายอัดคลิปไหว้ขอโทษสังคม ปมลุกลามถึงสภาฯ
กลายเป็นมหากาพย์ดราม่าที่ชาวเน็ตตามเผือกกันตาแฉะ กรณี "เภสัชจุฬาเก๊" อินฟลูฯ สาวที่แต่งชุดกาวน์ถ่ายคอนเทนต์หน้าชั้นยา สร้างภาพลักษณ์ชวนเชื่อว่าเป็นเภสัชกรตัวจริง ก่อนโป๊ะแตกแรงจนสภาฯ เตรียมลงดาบ
ล่าสุดเพจดังสายสรุปอย่าง "อรรถรส" สรุปม้วนเดียวจบ! ดราม่า "เภสัชจุฬาเก๊" ใส่กาวน์ปักตะกร้า โป๊ะแตกจนสภาฯ ลงดาบ สู่การอัดคลิปขอโทษ
จุดเริ่มต้นการสร้างภาพลักษณ์ให้คนเข้าใจผิด
- หญิงสาวคนหนึ่งทำช่อง TikTok และเพจเฟซบุ๊ก โดยตั้งชื่อช่องชัดเจนว่า "เภสัชโมเฮลตี้" และเปลี่ยนเป็น "เภสัชธนรารัตน์" ในเวลาต่อมา
- พฤติกรรมในคลิปคือ สวมเสื้อกาวน์สีขาว ถ่ายทำคอนเทนต์หน้าชั้นวางยา (เชลฟ์ยา) ที่มีภาพยาอันตรายอยู่ด้านหลัง ทำให้คนดู 100% เข้าใจและเชื่อสนิทใจว่าเธอคือ "เภสัชกร" ประจำร้านยา
- มีการใช้ข้อความและแฮชแท็กตอกย้ำ เช่น #เภสัชโม #เภสัชจุฬา #เภสัชเตือนภัย รวมถึงขึ้นข้อความในคลิปว่า "วิทซีที่เภสัชแนะนำ" ให้ทีมงานเรียกว่า "พี่เภสัช" และแทนตัวเองว่า "เภสัช"
- ระบุโปรไฟล์ว่าจบ "ปริญญาโท เภสัชศาสตร์ จุฬาฯ" เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือขั้นสุด ในการทำคอนเทนต์รีวิวและปักตะกร้าขายอาหารเสริม
ชาวเน็ตจับโป๊ะ & เจ้าตัวตอบโต้สุดเฟียส
- เมื่อคลิปเริ่มแมส มีเภสัชกรตัวจริงและชาวเน็ตเข้าไปคอมเมนต์ถามตรงๆ ว่า "เป็นเภสัชกรจริงไหม?" พร้อมเตือนว่าถ้าไม่ใช่ การแอบอ้างวิชาชีพนั้นผิดกฎหมาย แต่คอมเมนต์ตักเตือนเหล่านี้กลับถูกไล่ลบออก และเจ้าตัวก็ยังทำคลิปต่อ
- เจ้าตัวออกมาตอบโต้ว่า "ไม่อยากทํางานประจํา เลยลาออกมาเปิดช่องให้ความรู้ ไม่ใช่เภสัชกรจ่ายยาค่ะ จบปริญญาโท หลักสูตรเภสัชศาสตร์และเทคโนโลยี จฬาฯ ไม่มีใบประกอบอยู่แล้วค่ะ แต่มีความูรู้ อยากสร้างประโยชน์ ให้โลกนี้ในฐานะมนุษย์คนหนึง แล้วคนเม้นก่อกวนเกิดมามีประโยชน์รึยัง? สรุปโดนเภสัชคีบอดย์โจมตี ทั้งที่ตัวเองก็จบในคณะเกลัช"
- อ้างว่าตนเองมีความรู้แน่นพอจากการจบปริญญา 2 ใบ, มีประสบการณ์เป็น R&D โรงงานผลิตยา และหาความรู้จากการ "ฟังพอดแคสต์คุณหมอ" มาประยุกต์ใช้
- ที่พีคที่สุดคือการโพสต์ฟาดกลับวงการด้วยประโยคที่ว่า: "เภสัชตัวจริงจ่ายยาไปค่ะ ส่วนเภสัชตัวปลอมจะปล่อยคอนเทนต์ดีๆ ทุกวัน สัญญาว่าจะออกมาแหกวงการยาและอาหารเสริมเยอะๆ ค่ะ"
คณะเภสัชฯ จุฬาฯ ออกแถลงการณ์ชี้แจงความจริง
- คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ไม่ปล่อยผ่าน ออกแถลงการณ์ฟาดเน้นๆ ชี้แจงว่า บุคคลดังกล่าวเรียนจบ "หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (ป.โท)" ไม่ใช่หลักสูตร "เภสัชศาสตรบัณฑิต (ป.ตรี 6 ปี)"
- ทางคณะยืนยันชัดเจนว่า ผู้ที่จบ ป.โท สาขานี้ "ไม่ได้เรียนเพื่อเป็นเภสัชกร ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ และไม่มีสิทธิประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมตามกฎหมาย"
- การที่บุคคลดังกล่าวนำชื่อคณะไปให้ข้อมูลหรือคำปรึกษาในบทบาทเภสัชกร ถือเป็นการแอบอ้างและใช้คุณวุฒิโดยมิชอบ
- ชี้ชัดว่าการกระทำนี้มีความผิดตาม พ.ร.บ. วิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2537 มาตรา 28 (แอบอ้างวิชาชีพ) ซึ่งมีบทลงโทษตามมาตรา 50 คือ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สภาเภสัชกรรมไม่ทน เตรียมลงดาบดำเนินคดี
- สภาเภสัชกรรม ออกแถลงการณ์ทางการระบุชัดเจนว่า "มิได้นิ่งนอนใจ" กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะสร้างความกังวลใจและบั่นทอนคนทำงานวิชาชีพตัวจริง
- สภาฯ ชี้ว่าพฤติกรรมดังกล่าวสุ่มเสี่ยงและเข้าข่ายแอบอ้าง ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดด้านข้อมูลสุขภาพอย่างร้ายแรง
- ประกาศจุดยืนพร้อมปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีของวิชาชีพ จะไม่ยอมให้บุคคลใดมาลดทอนคุณค่าของเภสัชกรเด็ดขาด
- สภาฯ ได้ประสานงานร่วมกับ อย. และกำลังรวบรวมหลักฐานทั้งหมด เพื่อตรวจสอบและเตรียมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด
เจ้าตัวทนกระแสไม่ไหว เปลี่ยนชื่อหนีและอัดคลิปขอโทษ
- เมื่อเรื่องเริ่มบานปลายและมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง เจ้าตัวพยายามเปลี่ยนชื่อช่องหนีเป็น "นักวิจัยทางเภสัชธนรารัตน์" แต่ไม่ทันการณ์เพราะชาวเน็ตแคปหลักฐานพฤติกรรมแอบอ้างไว้หมดแล้ว
- สุดท้าย เจ้าตัวต้องออกมาอัดคลิปวิดีโอไหว้ขอโทษสังคม ยอมรับความจริงแบบหมดเปลือกทะลุกาวน์ว่า "ตนเองไม่ได้เป็นเภสัชกร และไม่มีใบประกอบวิชาชีพ"
- กล่าวขอโทษที่การสื่อสารผิดพลาดทำให้สังคมเข้าใจผิด ขอโทษสภาเภสัชกรรม สถาบันการศึกษา และเภสัชกรทุกคนที่ทำให้เสื่อมเสีย
- ยอมรับผิดเรื่องการไปตอบคอมเมนต์ด้วยอารมณ์รุนแรง พร้อมสัญญาว่าจะปรับปรุงตัว ระมัดระวังการทำคอนเทนต์ และจะตรวจสอบบรีฟการรับงานแบรนด์ให้ละเอียดขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดการแอบอ้างหรือทำให้เข้าใจผิดแบบนี้อีก
ขอบคุณ อรรถรส






