อดีตผู้สมัคร สส.พรรคดัง ลั่นเอาผิดถึงที่สุด เจ็บสาหัสสงกรานต์เดือด

"บอนด์" อดีตผู้สมัคร สส..สมุทรปราการ เขต 8 ถูกเจ้าของร้านเหล้าพร้อมพวกรุมทำร้ายจนอาการสาหัส ลั่นออกจาก รพ. แจ้งความเอาผิดถึงที่สุด

กรณีเกิดเหตุทำร้ายร่างกายกลางงานเทศกาลวันไหลบางบ่อ จ.สมุทรปราการ เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยผู้ได้รับบาดเจ็บคือ นายทนงค์ศักดิ์ ปิ่นถาวร หรือ “บอนด์” อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จ.สมุทรปราการ เขต 8 และปัจจุบันเป็นที่ปรึกษารองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ภาคกลาง) หลังถูกเจ้าของร้านเหล้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลย่านบางนา

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสัมภาษณ์ นายทนงค์ศักดิ์ ขณะพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า จากการตรวจของแพทย์พบว่าได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง ทั้ง กระดูกร้าวบริเวณรอบดวงตา ปากแตก และศีรษะแตก ต้องเย็บแผลและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

อดีตผู้สมัคร สส.พรรคดัง ลั่นเอาผิดถึงที่สุด เจ็บสาหัสสงกรานต์เดือด

นายทนงค์ศักดิ์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปร่วมเล่นน้ำในงานวันไหลบางบ่อ บริเวณ ซอยปรียาพร พร้อมสวมเสื้อพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตามปกติ เนื่องจากเป็นเขตเลือกตั้งเดิม และมีประชาชนเข้ามาทักทายพูดคุยจำนวนมาก

อดีตผู้สมัคร สส.พรรคดัง ลั่นเอาผิดถึงที่สุด เจ็บสาหัสสงกรานต์เดือด

ก่อนเกิดเหตุมีการดื่มสังสรรค์ตามเทศกาล กระทั่งช่วงหัวค่ำคาดว่าเกิดความเข้าใจผิดจากฝั่งเจ้าของร้าน ซึ่งไม่พอใจที่ตนและลูกน้องไปพูดคุยหรือชนแก้วกับผู้หญิงในกลุ่มของอีกฝ่าย ทั้งที่เป็นเพียงการทักทายตามปกติ

หลังจากกลับมานั่งที่โต๊ะ จู่ๆ ถูกทำร้ายโดยไม่ทันตั้งตัว ถูกตีเข้าที่ศีรษะจนเลือดอาบ และมีคนเล่าให้ฟังว่าถูกใช้ขวดตีซ้ำ รวมถึงมีความพยายามเข้ามารุมทำร้ายเพิ่มเติม แต่ลูกน้องได้รีบเข้ามาช่วยและกันตัวไว้ทัน ขณะที่ภรรยาของผู้ก่อเหตุได้พาหลบออกทางหลังร้าน

นายทนงค์ศักดิ์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เข้าแจ้งความ เนื่องจากแพทย์ยังไม่อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล แต่ยืนยันว่า ทันทีที่ออกจากโรงพยาบาล จะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีถึงที่สุดทันที

อดีตผู้สมัคร สส.พรรคดัง ลั่นเอาผิดถึงที่สุด เจ็บสาหัสสงกรานต์เดือด

พร้อมประกาศชัดเจนว่า “ไม่ยอมความ ไม่ไกล่เกลี่ย ไม่ต้องเอากระเช้ามา ไม่ต้องมาคุย” เพราะมองว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ เกิดต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก รวมถึงผู้หญิง เด็ก และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังเตรียมปรึกษาฝ่ายกฎหมายเพื่อพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มเติมถึงขั้น “พยายามฆ่า” หากพยานหลักฐานเข้าข่าย พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้ไม่น่าเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมือง แต่น่าจะเป็นเรื่องความเข้าใจผิดหรือการตั้งใจหาเรื่องจากอีกฝ่ายมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐาน รวมถึงคลิปจากประชาชนในที่เกิดเหตุ เพื่อเตรียมดำเนินการตามกฎหมายต่อไป