ศาลปกครอง ประกาศบังคับใช้แล้ว ระเบียบคุมเข้มตุลาการใช้โซเชียล

ประกาศระเบียบราชการศาลปกครอง ว่าด้วยการดำรงตนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง พ.ศ. 2569

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ระเบียบราชการศาลปกครอง ว่าด้วยการดำรงตนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง พ.ศ. 2569

 

โดยที่เป็นการสมควรมีระเบียบข้าราชการศาลปกครองว่าด้วยการดำรงตนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง เพื่อให้การดำรงตนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตุลาการศาลปกครองเป็นไปด้วยความเหมาะสม อยู่ภายใต้กรอบของจริยธรรมตุลาการศาลปกครอง และไม่กระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนและการดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาคดี

ศาลปกครอง ประกาศบังคับใช้แล้ว ระเบียบคุมเข้มตุลาการใช้โซเชียล

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 28 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง
และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ 9) พ.ศ.ศ. 2560 และข้อ 4 และข้อ 6 (5) ของระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ประธานศาลปกครองสูงสูงสุดและอธิบตีศาลปกครองชั้นต้น และการบริหารงานศาลปกครอง พ.ศ.2544 ประธานศาลปกครองสูงสูงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

 

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบข้าราชการศาลปกครอง ว่าด้วยการดำรงตนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง พ.ศ. 2569"

 

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

ข้อ 3 ในระเบียบนี้

 

"สื่อสังคมออนไลน์" หมายความว่า สื่อดิจิทัลที่เป็นเครื่องมือหรือสื่อกลางให้บุคคลทั่วไปกลุ่มบุคคลมีส่วนร่วมสร้าง กระจาย แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารหรือความคิดเห็นต่าง ๆ ผ่านช่องทางการสื่อสารระหว่างกันในเครือข่ายทางสังคมบนเว็บไซต์หรือโปรแกรมประยุกต์บนสื่อใด ๆ ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ซึ่งผู้ใช้สามารถสื่อสารหรือเผยแพร่เนื้อหาได้ในปัจจุบัน รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ทุกประเภทที่จะพัฒนาขึ้นในอนาคต

ข้อ 4 ข้าราชการตุลาการศาลปกครองต้องใช้สื่อสังคมออนไลน์ด้วยความระมัดระวัง มีความสุภาพ สำรวมกิริยามารยาท งดเว้นการใช้ถ้อยคำหยาบคาย การโต้เถียง การดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทผู้อื่น การสร้างความเกลียดชัง การระราน ตลอดจนการใช้ข้อความ เสียง การลงภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว หรือการกระทำใดที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม ความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนต่อศาลปกครอง หรือฝ่าฝืนต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน

 

ข้อ 5 ข้าราชการตุลาการศาลปกครองต้องงดเว้นการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในเวลาราชการ อันอาจทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจได้ว่าไม่อุทิศเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ราชการ

 

ข้อ 6 ห้ามมิให้ข้าราชการตุลาการศาลปกครองใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการดำเนินการต่าง ๆ วิพากษ์วิจารณ์ เผยแพร่ข้อมูล หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ที่มีลักษณะไม่เหมาะสม อันอาจกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเกียรติศักดิ์ของตุลาการศาลปกครอง รวมถึงในกรณีดังต่อไปนี้

     (1) การเผยแพร่ข้อความ เสียง ภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหวของตนเองหรือของบุคคลอื่นซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดี

   

     (2) การเผยแพร่ภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวในขณะสวมเสื้อครุยข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ซึ่งมิได้ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยเสื้อครุยข้าราชการตุลาการศาลปกครอง และส่วนประกอบของเสื้อครุยข้าราชการตุลาการศาลปกครอง หรือในลักษณะที่ไม่สำรวมกิริยามารยาท ซึ่งอาจกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อถือศรัทธาของประชาชน

 

     (3) การให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคู่กรณี การกล่าวถึงข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย หรือพยานหลักฐานใด ๆ ของคดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา

     (4) การวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นแก่คู่กรณีหรือบุคคลภายนอกเกี่ยวกับประเด็นที่อาจเข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาล เว้นแต่เป็นการดำเนินการของข้าราชการตุลาการศาลปกครองผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในงานของศาลปกครองหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้รับผิดชอบในราชการของศาลตามที่กฎหมายหรือระเบียบกำหนด

 

     (5) การเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวกับงานคดี ผลของคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีก่อนจะได้ลงทะเบียนในสารบบคำพิพากษา และก่อนที่ศาลจะได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น รวมทั้งเอกสารในสำนวนคดี

 

     (6) การวิพากษ์วิจารณ์งานคดีในลักษณะที่อาจกระทบกระเทือนต่อเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการและภาพลักษณ์ของศาลปกครอง

 

     (7) การแสดงความคิดเห็น การวิพากษ์วิจารณ์ การเผยแพร่ข้อมูลอันอาจสร้างความแตกแยกทางความคิดหรือความเกลียดชังของบุคคลในสังคมหรือในหมู่ข้าราชการศาลปกครอง พนักงานราชการหรือลูกจ้างสำนักงานศาลปกครอง หรืออาจกระทบต่อความเป็นกลางและความเชื่อถือศรัทธาของประชาชน รวมทั้งในลักษณะที่แสดงออกซึ่งอคติหรือจุดยืนทางการเมือง

 

     (8) การใช้สื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะที่เป็นการโอ้อวดถึงการปฏิบัติหน้าที่หรือตำแหน่งหน้าที่ราชการ

 

     (9) การใช้หรืออ้างถึงตำแหน่งหน้าที่ของตนในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประโยชน์ทางการค้าของตนเองหรือผู้อื่น ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม

 

ข้อ 7 ข้าราชการตุลาการศาลปกครองต้องระมัดระวังมิให้บุคคลในครอบครัวหรือบุคคลอื่นใช้หรืออ้างถึงตำแหน่งหน้าที่ของตนในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใดของตนเองหรือผู้อื่น ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม

 

ข้อ 8 ข้าราชการตุลาการศาลปกครองต้องไม่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ อันมีลักษณะเป็นการจัดหาทุนหรือรายได้ ซึ่งอาจจะกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเกียรติศักดิ์ของตุลาการศาลปกครอง

 

ข้อ 9 ข้าราชการตุลาการศาลปกครองซึ่งเป็นผู้จัดการและดูแลบัญชี (admin) ของกลุ่มสื่อสังคมออนไลน์ของตนต้องจัดการดูแลมิให้มีการกระทำการ ดังต่อไปนี้

 

     (1) การกระทำอันมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 4 ถึงข้อ 6

 

     (2) การกระทำที่มีลักษณะเป็นการประกอบอาชีพ วิชาชีพ หรือประกอบกิจการใด อันอาจกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเกียรติศักดิ์ของตุลาการศาลปกครอง

 

     (3) การกระทำที่เป็นการแสวงประโยชน์อันมีลักษณะเป็นตัวเงิน รายได้ หรือประโยชน์อื่นใดอันเกิดจากการเป็นผู้จัดการและดูแลบัญชี (admin) ของกลุ่มสื่อสังคมออนไลน์ของตน

 

ข้อ 10 การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้ข้าราชการตุลาการศาลปกครองผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในงานของศาลปกครองตามประกาศ ก.ศป. เรื่อง วินัยแห่งการเป็นตุลาการศาลปกครอง ดำเนินการตามระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยการสอบสวนและสิทธิของข้าราชการตุลาการศาลปกครองซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งหรือกระทำผิดวินัย

 

ข้อ 11 ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้กับให้มีอำนาจออกประกาศหรือคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ศาลปกครอง ประกาศบังคับใช้แล้ว ระเบียบคุมเข้มตุลาการใช้โซเชียล

ศาลปกครอง ประกาศบังคับใช้แล้ว ระเบียบคุมเข้มตุลาการใช้โซเชียล

ศาลปกครอง ประกาศบังคับใช้แล้ว ระเบียบคุมเข้มตุลาการใช้โซเชียล

 

อ่านราชกิจจานุเบกษาฉบับเต็ม