"หญิง31" พบต่อมน้ำเหลืองโต มา 3 เดือน สุดท้าย เจอเต็ม ๆ เป็นโรคหายาก

เตือนภัยสุขภาพ! หญิงวัย 31 ต่อมน้ำเหลืองโต 3 เดือน สุดท้ายพบโรคหายากคิคูชิ-ฟูจิโมโต หมอชี้อาจเป็น SLE ร่วมด้วย

"หมอมนูญ" ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ระบุเนื้อหาดังนี้ 

ผู้ป่วยหญิงอายุ 31 ปี ปกติแข็งแรงดี เริ่มมีต่อมน้ำเหลืองโตที่บริเวณคอใต้คางด้านซ้าย 3 เดือน ต่อมน้ำเหลืองเวลากด เจ็บบ้าง ไม่มีไข้ ไม่เบื่ออาหาร น้ำหนักไม่ลด ไม่ปวดข้อ ไม่มีผื่น ไม่แพ้แดด ผมไม่ร่วง มีแผลในปากเป็นๆหายๆ 6 เดือน ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่

"หญิง31" พบต่อมน้ำเหลืองโต มา 3 เดือน สุดท้าย เจอเต็ม ๆ เป็นโรคหายาก

ตรวจร่างกาย ไม่มีไข้ ต่อมน้ำเหลืองที่คอข้างซ้ายโต (ดูรูป) อย่างอื่นปกติ

เจาะเลือด เม็ดเลือดขาวต่ำ 1,760 เกล็ดเลือดต่ำ 120,000 ค่าอักเสบของเลือดสูงเล็กน้อย ESR 32, hs-CRP 46 ANA บวก homogeneous pattern 1:1280 ส่ง ANA profile ผลเป็นลบทุกตัว

ตรวจเลือดไม่พบการติดเชื้อ HIV เอกซเรย์ปอดปกติ

ตัดต่อมน้ำเหลือง ส่งตรวจพยาธิวิทยา เข้าได้กับโรคคิคูซิ-ฟูจิโมโต (Kikuchi-Fujimoto disease) แต่แยกโรคพุ่มพวง SLE ไม่ได้

วินิจฉัย: โรคคิคูซิ-ฟูจิโมโต (Kikuchi-Fujimoto disease)

แนะนำเฝ้าดูอาการ ต่อมน้ำเหลืองยุบเองภายใน 1 สัปดาห์

ผลเลือด ANA บวก 1:1280 ทำให้แยกโรคพุ่มพวง SLE ออกไม่ได้ สงสัยอาจเป็น 2 โรคเกิดขึ้นพร้อมกัน จึงให้ยา hydroxychloroquine 200 มก.วันละครั้งเพื่อรักษาโรค SLE ติดตามการมองเห็นหลังการกินยา เพราะยาอาจทำให้จอประสาทตาบางคนเสื่อม

 

 

โรคคิคูชิ-ฟูจิโมโต รายงานครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นในปีค.ศ. 1972 พบได้ไม่บ่อย พบในคนเอเชีย รวมทั้งประเทศไทยมากกว่าชนชาติอื่น พบในคนอายุน้อยกว่า 40 ปี ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต บางคนมีไข้ สาเหตุเกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ อาจถูกกระตุ้นด้วยเชื้อไวรัสบางชนิด วินิจฉัยด้วยการตัดต่อมน้ำเหลืองมาตรวจทางพยาธิวิทยา ส่วนใหญ่จะหายได้เองในเวลา 4 เดือน สำหรับคนที่มีอาการรุนแรง รักษาได้ด้วยยาสเตียรอยด์ ผู้ป่วยรายนี้เป็นโรคคิคูชิ-ฟูจิโมโต และอาจมี SLE ในเวลาเดียวกัน ติดตามใกล้ชิดต่อไป