- 28 เม.ย. 2569
คดีพลิก ดราม่าคนไข้สาวโวย รพ.ถลาง ล่าสุดโพสต์ต้นเรื่องปลิวแล้ว หลังโรงพยาบาลออกแถลงสวนอีกมุม งานนี้เปิดไทม์ไลน์รั
จากกรณีดราม่าบนโลกออนไลน์ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์วิจารณ์การทำงานของโรงพยาบาลถลาง จ.ภูเก็ต อย่างรุนแรง อ้างว่าเข้ารับการรักษาจากอุบัติเหตุรถชน แต่กลับถูกวินิจฉัยเป็นโรคความดันโลหิตสูง พร้อมตั้งคำถามถึงการทำงานของแพทย์ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง
ล่าสุด 28 เม.ย.69 เพจดัง "Drama-addict" ได้นำแถลงการณ์ของโรงพยาบาลถลางมาเผยแพร่ พร้อมระบุว่า
ต้นโพสปลิวละ ให้กำลังใจ รพ ถลาง อ่านจากแถลง รพ ถลางทำได้อย่างถูกต้องแล้ว คนไข้มาด้วยอุบัติเหตจราจรก่อน หมอก็ตรวจร่างกายและ xray แต่คนไข้ม อาการปวดหัวรุนแรง หมอแนะนำทำ CT แต่ผู้ป่วยปฎิเสธ 1 เดือนต่อมา ผู้ป่วยกลับมา รพ ด้วยอาการปวดหัว พบความดันสูงมาก 207/135 แพทย์ทำการ CT ไม่พบความผิดปรกติ
สรุปเป็นอาการปวดหัวจากความดันสูงรุนแรง ไม่เกี่ยวกับอุบัติเหตุ เพราะห่างกันเป็นเดือนแล้ว แต่คนไข้ปฎิเสธไม่รับยาลดความดัน ถ้าตามนี้คือ รพ ปฎิบัติตามมาตรฐานแล้ว ส่วนคนไข้ รีบไปรักษาความดันดีกว่าครับ อันตรายมาก
โดยเมื่อวันที่ 25 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา โรงพยาบาลถลาง จ.ภูเก็ต ออกแถลงการณ์ผ่านเพจเฟชบุ๊ก โรงพยาบาลถลาง จ.ภูเก็ต ระบุว่าเรื่อง ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการเข้ารับการรักษาพยาบาล ตามที่มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์รายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความและภาพถ่ายใบรับรองแพทย์ พาดพิงถึงการให้บริการของแพทย์ และโรงพยาบาลถลาง เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ซึ่งก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน และอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการให้บริการของโรงพยาบาลนั้น
ทางโรงพยาบาลถลางไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจจริงจากประวัติการรักษาและ
แพทย์ผู้ทำการตรวจรักษาแล้ว ขอเรียนชี้แจงลำดับเหตุการณ์และข้อเท็จจริงทางการแพทย์ ดังนี้
1. การดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและตามมาตรฐานวิชาชีพ ผู้ป่วยได้เข้ามารับการรักษาจากอุบัติเหตุจราจรตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2569 ซึ่งทางโรงพยาบาลได้ทำการตรวจร่างกายและเอกชเรย์อย่างต่อเนื่องตามมาตรฐาน เมื่อผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะรุนแรง แพทย์ได้แนะนำให้ตรวจเอกขเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan) ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2569 แต่ผู้ป่วยปฏิเสธและเซ็นเอกสารรับทราบความเสี่ยง ต่อมาในวันที่ 17 แมษายน 2569 ผู้ป่วยกลับมาด้วยอาการปวดศีรษะ ตรวจพบภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤต (207/135 mmHe) แพทย์จึงได้ทำการตรวจ CT Scan สมองทันที (ไม่พบความผิดปกติ) และได้อธิบายให้ผู้ป่วยทราบว่าอาการปวดศีรษะในปัจจุบันเป็นผลมาจากภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤต ไม่ใช่ผลพวงจากอุบัติเหตุในครั้งก่อน แต่ผู้ป่วยได้ขอปฏิเสธการรับยาความดันโลหิตในวันดังกล่าว
2. เหตุการณ์ในวันที่ 24 เมษายน 2569 ผู้ป่วยมาตามนัดติดตามอาการ ผลเลือดพบภาวะไขมันในเลือดสูงร่วมกับความดันโลหิตสูง แพทย์จึงได้อธิบายสาเหตุของอาการปวดศีรษะอีกครั้ง และจำเป็นต้องสั่งจ่ายยารักษาโรคความตันโลหิตและไขมันในเลือดสูง จึงเป็นโรคไม่ติดต่อเรือรัง (NCDs) ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องการระบุโรคในใบรับรองแพทย์ (ความดันโลหิตสูง, ไขมันไมเลือดสูง, อุบัติเหตุจราจร) เป็นการลงความเห็นตามข้อเท็จจริงทางการแพทย์ที่ตรวจพบในวันนั้นอย่างครบถ้วน
กรณีที่ผู้ปวยมีความประสงค์จะขอเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลผ่าน พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถนั้น ทางโรงพยาบาลต้องขอเรียนให้ทราบว่า สิทธิดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ไม่สามารถครอบคลุมถึงการรักษาโรคประจำตัว (NCDS))ได้ แพทย์จึงไม่สามารถบิดเบือนการวินิจฉัยเพื่อสิทธิประโยชน์ในการเบิกจ่ายได้
3. กรณีความเข้าใจผิดเรื่องการเพิกเฉยต่อผู้ป่วยหลังจากผู้ป่วยปฏิเสธการรับยาโรคประจำตัวจากห้องยาและถูกส่งตัวกลับมาพบแพทย์อีกครั้ง ในระหว่างที่ให้ผู้ป่วยรอหน้าท้องตรวจ แพทย์มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องออกไปตรวจประเมินผู้ป่วป่วยฉุกเฉินที่ใช้เปลนอนซึ่งอยู่ภายนอกห้องตรวจ เมื่อแพทย์ปฏิบัติหน้าที่เสร็จสินและกลับมาเรียกผู้ป่วย ปรากฎว่าผู้ป่วยได้เดินทางกลับไปแล้ว เหตุการณ์นี้อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดความเข้าใจผิดว่าแพทย์เดินออกจากห้องและละทิ้ะทิ้งการตรวจโรงพยาบาลถลาง ขอยืนยันว่าบุคลากรทางการแพทย์ของเราทุกท่าน ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดมั่นในมาตรฐานวิชาชีพ จริยธรรม และความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสิ่งสูงสุด
การวินิจฉัยโรคต้องเป็นไปตามข้อเท็จริงทางการแพทย์
ทั้งนี้โรงพยาบาลถลางและผู้เสียหายขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป






