ต่างชาติแสบฉก iPhone 17 บาริสต้าสาวกลางทองหล่อ พบประวัติอื้อ

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ต่างชาติแสบฉก iPhone 17 บาริสต้าสาวกลางทองหล่อ พบประวัติอื้อ-วีซ่าขาด 2 ปี ยังลอยนวลก่อเหตุซ้ำ

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นางสาวปาริชาติ เดชภักดี อายุ 27 ปี พนักงานบาริสต้าสาว เดินทางเข้าร้องเรียนต่อเพจ "สายไหมต้องรอด" เพื่อขอความช่วยเหลือ หลังถูกมิจฉาชีพชาวต่างชาติหลอกเชิดโทรศัพท์มือถือ iPhone 17 และชิ่งค่าอาหารรวมมูลค่าความเสียหายหลายหมื่นบาท
เปิดพฤติกรรม "ยืมแล้วชิ่ง" กลางย่านทองหล่อ
นางสาวปาริชาติ เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ โดยมีชายชาวต่างชาติลักษณะผิวขาวชาวเอเชีย เข้ามาใช้บริการตั้งแต่เวลา 12.20 น. สั่งอาหารทานตามปกติเหมือนลูกค้าทั่วไปจนเกือบถึงบ่ายสามโมง
กระทั่งเวลา 15.10 น. ชายคนดังกล่าวเดินมาหาตนที่เคาน์เตอร์ อ้างว่า "ลืมเอาโทรศัพท์มา" ขอยืมโทรศัพท์ของตนเพื่อโทรหาเพื่อน ด้วยความที่เห็นว่าเป็นลูกค้าที่นั่งในร้านมานานจึงหลงเชื่อให้ยืมไป คนร้ายทำทีคุยสายก่อนจะนำมาคืนครั้งแรก แต่สักพักมีสายโทรกลับมา คนร้ายจึงขอยืมเครื่องไปอีกครั้งคราวนี้ได้เดินวนไปมาในร้านเพื่อหาจังหวะ พอเผลอคนร้ายได้วิ่งหนีออกประตูหลังร้านหายไปทันที พร้อมกับโทรศัพท์ iPhone 17 และทิ้งบิลค่าอาหารที่ยังไม่จ่ายอีกจำนวน 1,463 บาท

ต่างชาติแสบฉก iPhone 17 บาริสต้าสาวกลางทองหล่อ พบประวัติอื้อ

เช็กประวัติถึงกับอึ้ง! ก่อคดีโชกโชนแต่ยังลอยนวล
หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ พร้อมหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าคนร้ายคือ ชายชาวมองโกเลีย อายุประมาณ 40 ปี โดยมีประวัติไม่ธรรมดา ดังนี้
เคยก่อคดีลักทรัพย์: ตระเวนก่อเหตุมาแล้วหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ
เคยถูกจับกุม: ถูกตำรวจ ตม. และ สน.ห้วยขวาง จับกุมไปเมื่อ 9 มิถุนายน 2568
วีซ่าขาด (Overstay): จากการตรวจสอบสถานะพบว่าวีซ่าขาดอายุมานานกว่า 2 ปี ถือเป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย

ต่างชาติแสบฉก iPhone 17 บาริสต้าสาวกลางทองหล่อ พบประวัติอื้อ

นางสาวปาริชาติ ระบุด้วยความอัดอั้นว่า "พอไปหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตก็เจอข่าวว่าเขาเคยถูกจับไปแล้วเมื่อกลางปีที่แล้ว แต่ทำไมถึงยังออกมาอยู่ข้างนอกและกล้าก่อเหตุซ้ำได้อีก แถมวีซ่าก็ขาดไป 2 ปีแล้ว กฎหมายทำอะไรเขาไม่ได้เลยหรือ?"

ด้าน นายนิรันดร์ เกเง้ว ผู้ร่วมก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นภัยสังคมอย่างมาก เนื่องจากคนร้ายไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายไทย หลังจากนี้จะประสานไปยังผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ ให้เร่งรัดฝ่ายสืบสวนตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ จะขอให้ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเหตุใดบุคคลที่วีซ่าขาดและมีคดีติดตัวถึงยังอาศัยอยู่ในประเทศได้ เพื่อดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศและขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ไม่ให้กลับเข้ามาสร้างความเดือดร้อนให้คนไทยได้อีก พร้อมเตือนประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้า อย่าไว้ใจให้คนแปลกหน้ายืมทรัพย์สินมีค่าแม้จะเป็นลูกค้าในร้านก็ตาม