- 03 พ.ค. 2569
ศธ.-พม. บุกชี้ชะตาครูหื่น เมื่อกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวง พม. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเอง เพื่อวางมาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาดและคุ้มครองความปลอดภัยให้เยาวชน พร้อมขีดเส้น 14 วันต้องเยียวยาจบ
ศธ.-พม. บุกชี้ชะตาครูหื่น ความคืบหน้ากรณีที่สังคมกำลังให้ความสนใจ เมื่อกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวง พม. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเอง เพื่อวางมาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาดและคุ้มครองความปลอดภัยให้เยาวชน โดยเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสและการเยียวยาที่รวดเร็ว เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้กับสถานศึกษาไทย มาเช็กรายละเอียดการดำเนินการครั้งนี้กัน
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วย นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ทปษ.รมว.พม.)
วันนี้ (3 พฤษภาคม 2569) เวลา 11.00 น. นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วย นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ทปษ.รมว.พม.) นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย นางสาวกาญจนาพร จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ และคุณปารมี ไวจงเจริญ คณะทำงาน รมช.ศธ. และเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี เพื่อติดตามมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา พร้อมชี้แจงความคืบหน้ากรณีอดีตครูโรงเรียนเอกชนล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนเมื่อช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา โดยในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีญาติของผู้เสียหายเข้าร่วมพูดคุยและรับฟังการดำเนินงานด้วย
รมช.ศธ. กล่าวว่า คดีนี้กระทรวงศึกษาธิการได้ติดตามอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันผู้กระทำผิดได้รับโทษจำคุกประมาณ 36 ปี และรับโทษอยู่ในเรือนจำแล้ว อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลเยียวยาจิตใจผู้เสียหาย โดยเน้นย้ำว่าโรงเรียนต้องเป็นหลักในการยืนหยัดเคียงข้างนักเรียน พร้อมกำหนด 3 มาตรการ เร่งรัดการให้ความช่วยเหลือและป้องกันการก่อเหตุซ้ำ ได้แก่
1. เพิกถอนใบประกอบวิชาชีพตลอดชีวิต โดยมอบหมายให้ประสานงานเรื่องนี้กับคุรุสภา เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นครูได้อีกตลอดชีวิต
2. กำชับให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ออกหนังสือเตือนโรงเรียนต้นสังกัดให้มีมาตรการดูแลเยียวยาเด็กผู้เสียหายอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งพิจารณายกระดับมาตรการขั้นเด็ดขาดตามระเบียบ เช่น การพักใบอนุญาต, การปิดสถานศึกษา เป็นต้น
3. หาข้อสรุปมาตรการเยียวยาครอบครัว ภายใน 2 สัปดาห์ ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารโรงเรียน โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมและความเป็นมนุษย์
ด้าน นายชนินทร์ กล่าวว่า ทาง พม. ได้จัดส่งทีมนักสังคมสงเคราะห์และทีมนักจิตวิทยาลงพื้นที่เข้าประกบดูแลสภาพจิตใจของน้องผู้เสียหายและครอบครัวอย่างใกล้ชิด เพื่อฟื้นฟูเยียวยาบาดแผลทางจิตใจให้กลับมาเข้มแข็งโดยเร็ว นอกจากนี้ พม. ยืนยันความพร้อมในการบูรณาการการทำงานร่วมกับ ศธ. และทีมสหวิชาชีพ เพื่อยกระดับมาตรการคุ้มครองเด็ก สร้างกลไกเฝ้าระวังความปลอดภัยในสถานศึกษาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจเช่นนี้ซ้ำรอย
"ระยะเวลาที่ผ่านมา ครอบครัวผู้เสียหายต้องเผชิญกับความเจ็บปวดมามากพอแล้ว เราจึงต้องร่วมกันดูแลและให้ความยุติธรรมกับครอบครัว ผมขอให้ทางโรงเรียนนำเรื่องนี้ไปหารือ และขอให้ได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์ แล้วผมจะลงพื้นที่มาติดตามความคืบหน้าด้วยตัวเองอีกครั้ง ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ศธ.พร้อมเป็นที่พึ่งให้ผู้เสียหาย และจะกำชับให้ทุกโรงเรียนมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดเพื่อดูแลนักเรียนทุกคนอย่างดีที่สุด" รมช.ศธ. กล่าว
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ. : รายงาน






