- 11 พ.ค. 2569
รายชื่อผู้บาดเจ็บเหตุลอบวางระเบิด อ.แว้ง นราธิวาส เจ้าหน้าที่-ชาวบ้าน เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เปิดรายชื่อผู้บาดเจ็บเหตุลอบวางระเบิด อ.แว้ง จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่-ชาวบ้านเจ็บรวม 5 ราย ขณะ “ส.อ.อดิศร คำบุญช่วย” เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่เร่งปิดพื้นที่ล่าตัวผู้ก่อเหตุ พร้อมแจ้งประชาชนเลี่ยงเส้นทางหน้าโรงเรียนบ้านสามแยกชั่วคราว
จากกรณีเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ บนถนนสายโก-ลก–แว้ง บริเวณหมู่ที่ 8 บ้านไม้ฝาด ตำบลกายูคละ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 1 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 5 ราย ทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของชาวบ้านที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ
รายงานเบื้องต้นระบุว่า ขณะรถของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 11 อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจรับคณะในพื้นที่อำเภอแว้ง และกำลังเดินทางผ่านถนนสาย 4057 บริเวณบ้านไม้ฝาด ได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มลอบจุดชนวนระเบิดที่ฝังไว้ริมถนน แรงระเบิดเกิดขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้รถเจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหาย และกำลังพลที่อยู่ภายในรถได้รับบาดเจ็บทันที
จากเหตุการณ์ดังกล่าว “ส.อ.อดิศร คำบุญช่วย” เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนใต้ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเจ้าหน้าที่อีก 2 นาย ได้แก่
- อส.ทพ.พงศกร แสนบุญมี
- จ.ส.อ.คมกฤษ ฤทธิ์ธาภัย
ขณะเดียวกันยังมีประชาชนได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย คือ
- นายนิพัฐพนธ์ เตียวเจริญธรรม
- นายศักดินันท์ อาแว
โดยทั้งหมดถูกเร่งนำส่งโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และหน่วยความมั่นคง ได้เร่งปิดกั้นพื้นที่โดยรอบทันที เพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อนและอำนวยความปลอดภัยให้ประชาชน พร้อมประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อำเภอแว้งอย่างเข้มงวด มีการตั้งด่านตรวจ ด่านสกัด และเฝ้าระวังเส้นทางสำคัญ เพื่อสกัดกั้นการหลบหนีของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ขณะที่ทางอำเภอแว้งได้แจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านสามแยกเป็นการชั่วคราว และแนะนำให้ใช้เส้นทางสายซายะแทน เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยและตรวจสอบพื้นที่อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หน่วยงานด้านความมั่นคงยังอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์ รวมถึงสาเหตุ แรงจูงใจ และกลุ่มผู้ก่อเหตุ โดยจะมีการสรุปความคืบหน้าเพิ่มเติมหลังการตรวจสอบแล้วเสร็จต่อไป
