- 11 พ.ค. 2569
สุดอาลัย “พลายทองใบ” เจ้าของจัดพิธีฝังสมเกียรติ พร้อมเผยเหตุผลการถอดงาหลังช้างล้ม เป็นขั้นตอนตามกฎหมายเพื่อขึ้นทะเบียนป้องกันการสวมสิทธิ์งาช้าง
จากกรณี "พลายทองใบ" ช้างงางามระดับตำนานเมืองสุรินทร์ ล้มอย่างสงบ เจ้าของทำพิธีฝังสมเกียรติ ท่ามกลางความอาลัยของชาวบ้านและคนรักช้างจำนวนมาก พร้อมเผยเหตุผลการ "ถอดงา" หลังช้างล้ม เป็นขั้นตอนตามกฎหมายเพื่อขึ้นทะเบียนป้องกันการสวมสิทธิ์งาช้าง
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เฟซบุ๊กเพจ "พ่อพลายทองใบ กับควาญเสือ แฟนเพจ" ได้โพสต์แจ้งข่าวเศร้าการจากไปของ "พลายทองใบ" ช้างบ้านชื่อดังแห่งบ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ โดยระบุว่า พลายทองใบได้ล้มลงอย่างสงบ ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวควาญช้าง ชาวบ้าน และผู้ที่ติดตามรักพลายทองใบมาอย่างยาวนาน
ต่อมาในเวลา 18.18 น. ของวันเดียวกัน ทางเพจได้เผยความคืบหน้าว่า ได้มีการประกอบพิธีฝัง "คุณปู่ทองใบ" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยควาญเสือระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ดูแลและทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ที่สุด เช่นเดียวกับพลายทองใบที่ต่อสู้อย่างเต็มกำลังจนวาระสุดท้าย พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจและผู้ที่ร่วมทำบุญส่งคุณปู่ทองใบเป็นครั้งสุดท้าย
ข้อความบางช่วงระบุว่า "หลังจากนี้เหลือแต่สิ่งสวยงามที่คุณปู่ทองใบได้ทิ้งไว้ให้" พร้อมติดแฮชแท็ก #ไว้อาลัยพ่อพลายทองใบ ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ติดตามจำนวนมาก โดยมีคนเข้ามาร่วมแสดงความอาลัยอย่างต่อเนื่อง
สำหรับ "พลายทองใบ" ถือเป็นช้างที่มีชื่อเสียงอย่างมากในวงการคนรักช้างไทย ด้วยลักษณะคชลักษณ์ที่โดดเด่น โดยเฉพาะงาคู่ขนาดใหญ่และสวยงาม มีความยาวกว่า 2.10 เมตร จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในช้างที่มีงางดงามที่สุดของประเทศไทย
พลายทองใบเกิดเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2516 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นลูกของ "พังบัวเงิน" หรือ "พังเงิน" ส่วนพ่อชื่อ "พลายน้อย" ก่อนจะเติบโตและใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวควาญช้างในจังหวัดสุรินทร์มาอย่างยาวนาน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงค่ำวันเดียวกัน เจ้าของได้มีการทำพิธีถอดงาของพลายทองใบออกจากร่าง ซึ่งทำให้หลายคนตั้งคำถามและเกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงต้องมีการถอดงาหลังช้างล้ม
ต่อมาได้มีผู้รู้เข้ามาอธิบายว่า การถอดงาช้างหลังช้างบ้านเสียชีวิต เป็นพิธีกรรมและขั้นตอนทางกฎหมายที่ต้องดำเนินการอย่างถูกต้อง โดยเจ้าของช้างจะต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมปศุสัตว์ หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อทำเรื่องแจ้งช้างล้ม และดำเนินการถอดงาออกจากตัวช้าง
จากนั้น งาช้างจะต้องถูกนำไปขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. 2558 เพื่อระบุที่มาของงาช้างให้ถูกต้องตามกฎหมาย และป้องกันการนำงาช้างป่ามาสวมสิทธิ์เป็นงาช้างบ้าน
ทั้งนี้ หลังการขึ้นทะเบียน เจ้าของสามารถเก็บรักษางาไว้บูชา หรือดำเนินการขออนุญาตแปรรูปตามขั้นตอนทางกฎหมายได้ โดยงาคู่ที่สวยงามของพลายทองใบ ทางเจ้าของได้นำกลับไปเก็บรักษาไว้ที่บ้าน เพื่อเป็นตัวแทนและความทรงจำของช้างคู่ใจที่อยู่ร่วมกันมานานหลายสิบปี
