- 16 พ.ค. 2569
ดราม่าพูลวิลล่าร้อนระอุ แม่โพสต์โทษบ้านออกแบบแปลก ทำลูกจมน้ำเกือบครึ่งชั่วโมง ด้านเจ้าของสวนกลับเดือด ลั่นมีชูชีพให้แต่ไม่ใส่
ดราม่าพูลวิลล่าร้อนระอุ หลังแม่รายหนึ่งออกมาโพสต์เล่าเหตุการณ์ลูกจมน้ำเกือบครึ่งชั่วโมง ระหว่างเข้าพักบ้านพูลวิลล่า พร้อมตั้งคำถามถึงการออกแบบบ้านและสระว่ายน้ำที่มองว่า “แปลก” จนทำให้ผู้ใหญ่คลาดสายตา ขณะที่ฝั่งเจ้าของวิลล่าออกมาสวนกลับเดือด
ต้นเรื่องเกิดจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์เล่าประสบการณ์เข้าพักพูลวิลล่ากับครอบครัว โดยมีเด็กเล็กไปด้วย ระบุว่า หลังเช็กอินลูก ๆ ขอเล่นน้ำก่อน ซึ่งเล่นกันนานประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนครอบครัวจะเตรียมออกไปเที่ยวทะเลต่อ ผู้ใหญ่จึงทยอยขึ้นจากสระ โดยแม่เข้าใจว่าพ่อยังอยู่ดูเด็กด้านล่าง จึงเดินขึ้นไปหยิบผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้ามาเปลี่ยน
กระทั่งเดินลงมาอีกครั้ง เห็นลูกเดินลงไปบริเวณบันไดสระ โดยคิดว่าเพียงลงไปหยิบของ แต่ช่วงเกิดเหตุเด็กกลับจมน้ำ และผู้ใหญ่เดินผ่านโดยไม่เห็น เนื่องจากมีเป็ดแฟนซีขนาดใหญ่ลอยบังมุมมองเอาไว้ จนเด็กจมน้ำนานเกือบครึ่งชั่วโมง โชคดีมีคนเข้าไปช่วยได้ทัน
เจ้าของโพสต์ยังตั้งข้อสังเกต เรื่องการออกแบบบ้านพักว่า สระน้ำถูกวางไว้ในมุมที่มองเห็นยาก ทั้งที่ปกติบ้านพูลวิลล่าส่วนใหญ่จะออกแบบให้ห้องรับแขกหรือพื้นที่หลักสามารถมองเห็นสระน้ำได้ตลอดเวลา พร้อมระบุว่า บ้านหลังนี้มีโครงสร้างแปลกตั้งแต่ทางเข้าและที่จอดรถ ทำให้เด็กเล็ก 4 คนคลาดสายตาได้ง่าย และเกือบเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่
หลังโพสต์ถูกแชร์ออกไป กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ทันที ก่อนที่เฟซบุ๊ก “Aliss Arisa” ซึ่งเป็นเจ้าของวิลล่า จะออกมาโพสต์ชี้แจงตอบโต้ โดยระบุว่า ลูกค้าไม่ควรโทษการออกแบบบ้าน แต่ควรย้อนดูการดูแลเด็กของตัวเอง พร้อมยืนยันว่ากระจกของบ้านสามารถมองเห็นสระน้ำได้ทุกด้าน
เจ้าของวิลล่ายังระบุอีกว่า ทางบ้านมีเสื้อชูชีพเตรียมไว้ให้ลูกค้าใช้งาน แต่เด็กไม่ได้สวมใส่ พร้อมเผยว่ามีกล้องวงจรปิดและคลิปเหตุการณ์ทั้งหมด อีกทั้งยังประกาศว่า “เจอกันที่โรงพัก” เพราะมองว่าการโพสต์กล่าวหาทำให้บ้านพักเสียหาย
นอกจากนี้ เจ้าของพูลวิลล่ายังคอมเมนต์ตอบโต้ต่อเนื่อง เช่น “ชูชีพก็มีให้ก็ไม่ใส่ มาโทษทางบ้านอีก”, “กระจกมองออกไปเห็นสระ” และ “กระจกมองทะลุจากดาวอังคารก็เห็นค่ะ บอกบ้านแปลก คนเค้าทำกันทั้งประเทศ”
พร้อมกันนี้ ยังมีการเปิดเผยแชตสนทนา อ้างว่าช่วงเวลาตี 1 ฝั่งลูกค้าโทรศัพท์มาต่อว่าพ่อบ้านด้วยถ้อยคำรุนแรง ใช้คำพูดหยาบคาย และท้าให้ฟ้องร้อง พร้อมอวดว่ามีเงินและมี “แบ็กใหญ่” ทำให้เจ้าของบ้านและแม่บ้านรู้สึกหวาดกลัว ไม่กล้านอนหลับ และกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะลูกค้ารู้พิกัดบ้านพัก
เจ้าของวิลล่าระบุเพิ่มเติมว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ตัดสินใจปิดบ้านพักชั่วคราว งดรับลูกค้า รวมถึงยกเลิกการจองบางส่วน เนื่องจากพนักงานและแม่บ้านเกิดความเครียดและหวาดระแวงว่าจะเกิดอันตราย
อย่างไรก็ตาม ดราม่าดังกล่าวยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะเรื่องการดูแลเด็กของผู้ปกครอง
ขอบคุณ Aliss Arisa
