- 17 พ.ค. 2569
แม่บุญธรรมใจสลาย เล่านาทีบีบหัวใจ นาฬิกาสมาร์ตวอตช์ลูกสาวเด้งเตือนรัว หลังเกิดเหตุโศกนาฎกรรม เพราะยังติดต่อไม่ได้ ขณะที่สตอรี่สุดท้ายถ่ายบนรถเมล์ แต่ขอให้มีหวัง
จากกรณีอุบัติเหตุรถไฟพุ่งชนรถเมล์ จนมีผู้เสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บกว่า 33 คน ล่าสุด
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจนางวิภาดา จันทำ อายุ 59 ปี แม่บุญธรรมของผู้สูญหาย กำลังตามหาลูกสาว ชื่อ “น้องโรส” อายุ 25 ปี ทำงานกราฟฟิก บริษัทแห่งหนึ่ง และมีอาชีพเสริมเป็นดีเจเปิดเพลงตามผับ ย่านบางนา ตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ นางวิภาดากล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนกำลังตามหาลูกบุญธรรม ตนมีลูกชาย 2 คน เมื่อวานนี้หลังเกิดเหตุ ปรากฏว่านาฬิกาสมาร์ตวอตช์ (Apple Watch) ของลูกสาวมันเด้งขึ้นมาเตือนตลอด ตอนนั้นตนยังอยู่บ้านที่ จ.อุบลราชธานี แต่เสียงมันดังและเด้งมาตลอด ตนพยายามติดต่อหาน้อง แต่ติดต่อไม่ได้
ตนยอมรับว่า ตอนนั้นใจคอไม่ดีแล้ว แต่พยายามโทรหาน้องเป็นสิบๆ สายกระทั่งมีกู้ภัยรับสาย ปลายสายเขาถามเราว่า ”เป็นอะไรกับเจ้าของโทรศัพท์“ เราบอกว่า ”เป็นแม่“ กู้ภัยบอกว่า "น้องได้รับอุบัติอุบัติเหตุ" ตนพยายามถามต่อว่า “อุบัติเหตุอะไร” เพราะปกติน้องออกไปทำงาน เราจะถามน้องตลอดว่าไปยังไง น้องจะบอกว่าขึ้นรถไฟฟ้าบ้างหรือนั่งรถมอเตอร์ไซค์บ้าง แต่เมื่อวานนี้ตอนเกิดเหตุ ไม่รู้ว่าน้องนั่งรถเมล์หรือไม่ แต่จากที่ดูสตอรี่ของน้อง เห็นน้องเขานั่งรถเมล์ แล้วเอากระเป๋าวางไว้บนตัก แต่โทรศัพท์น้องเราก็ไม่รู้ว่าน้องถือหรือเอาไว้ตรงไหน เพราะท้ายที่สุดติดต่อได้ แต่เป็นกู้ภัยเป็นคนรับ
“เหตุการณ์นี้บีบหัวใจคนเป็นแม่มาก พอเกิดอุบัติเหตุแบบนี้ มันทำอะไรไม่ถูก นั่งไม่ติด ได้แต่รีบเสริชหาข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ส่งร่างกันไปที่โรงพยาบาลไหน กระทั่งตัดสินใจบินมาจากอุบลฯ เพื่อมากรุงเทพฯ ก่อนมาที่นี่ ยอมรับในใจก็ยังมีหวังว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ขึ้น ลูกอาจจะตกหล่นตามโรงบาล ขออย่าให้มีเหตุร้ายตามที่เราคิด แม้ในใจจะไม่ดี เพราะกู้ภัยบอกว่า 3 ศพสุดท้าย มันมีร่างคนตัวเล็กๆ ผอมๆ อยู่ มันเหมือนกับร่างของลูกสาว และตอนนี้ยังติดต่อไม่ได้ ต้องรอ”
นางวิภาดากล่าวอีกว่า ตนรักลูกคนนี้มาก ไม่รักได้ยังไง เราเลี้ยงมากับมือ และพ่อน้องเพิ่งเสียไปได้ 3 ปี ตอนนี้ตนต้องมาเสียน้องไปอีก ขอให้ไม่ใช่เรื่องจริง ขอให้มีปาฏิหาริย์ อย่าให้มันเป็นแบบนี้” พร้อมยกมือไหว้ ขอพระคุณเจ้าคุ้มครอง
“น้องมีความฝันว่าอยากเก็บเงินให้ได้เยอะๆ และน้องจะกลับไปอยู่บ้าน เลี้ยงเรา นี่คือความฝันของน้อง เพราะน้องเพิ่งกลับบ้านไปเมื่อวันที่ 11 เม.ยที่ผ่านมา และน้องก็กลับมาวันที่ 16 เม.ย.ช่วงสงกรานต์ ตนยังคุยกันว่าอยากให้น้องไปทำงานรับราชการ อยากให้เดินตามรอยพ่อบุญธรรม แต่น้องยังไม่อยากไป เขาอยากเก็บเงินให้ได้เยอะๆ เพราะกำลังสนุกและกำลังเก็บเงินอยู่”
นางวิภาดา ยอมรับว่า น้องมาทำงานที่กรุงเทพฯ ห่วงเรื่องการเดินทางตลอด แต่พอน้องเรียนจบที่ ม.เกษตรฯ ได้เกียรตินิยมอันดับ 2 น้องก็ไปฝึกงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง พอฝึกจบ โชคดีที่เขารับน้องเข้าทำงานเลย เพราะน้องมีความสามารถ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ เพราะน้องเป็นคนที่ระวังตัวมาก
“เหตุการณ์นี้มันโหดร้ายมาก ดูคลิปแล้วทำอะไรไม่ถูก มันสั่นไปหมด ขอภาวนาอย่าให้น้องอยู่ในรถเมล์คันนี้ หรือตามที่น้องลงสตอรี่เลย ความประมาทมันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น หากดูจากภาพแล้ว ยังไงมันก็เป็นเพราะความประมาท แยกจุดเกิดเหตุเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นบ่อย ทุกอย่างไม่มีความระมัดระวังกันเลย อยากให้เคสนี้เป็นเคสสุดท้าย และอย่าให้มันเกิดเหตุโศกนาฏกรรมนี้ขึ้นอีกเลย ฝากรัฐบาลด้วย”
จากการตรวจสอบโซเชียลมีเดียของน้องโรส พบว่าได้โพสต์สตอรี่สุดท้ายเป็นภาพขณะนั่งอยู่บนรถเมล์ โซนแถวกลางติดหน้าต่างฝั่งขวา โดยวางกระเป๋าไว้บนตัก ซึ่งคาดว่าเป็นการเดินทางเพื่อไปรับจ็อบพิเศษทำงานเป็นดีเจ
