- 19 พ.ค. 2569
ตำรวจบางละมุงตามรวบ 5 วัยรุ่นชาวเมียนมา หลังก่อเหตุรุมทำร้ายเยาวชนไทยริมถนนสุขุมวิท พัทยาเหนือ พร้อมชิงรองเท้าและถุยน้ำลายใส่ผู้เสียหาย
จากกรณีเยาวชนชายไทยอายุ 16 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่นคาดว่าเป็นชาวเมียนมาเกือบ 10 คน รุมทำร้ายร่างกาย พร้อมชิงรองเท้าไป 1 คู่ เหตุเกิดบริเวณริมถนนสุขุมวิท หน้าวัดช่องลม ขาเข้าชลบุรี หมู่ 2 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเกือบเที่ยงคืนวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา จนกลายเป็นกระแสในสังคมออนไลน์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผู้กำกับการ สภ.บางละมุง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมา 5 ราย ประกอบด้วยชายอายุระหว่าง 20-25 ปี ในข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกาย” พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุจำนวน 3 คัน
จากการสอบสวนพบว่า ผู้เสียหายเป็นเยาวชนไทย 3 คน โดยชนวนเหตุเกิดจากการมองหน้ากันภายในสวนสาธารณะท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะขับขี่รถจักรยานยนต์ติดตามกันมาจนถึงบริเวณหน้าวัดจิตตภาวัน ถนนสุขุมวิท ต.นาเกลือ และเกิดเหตุรุมทำร้ายดังกล่าวขึ้น
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้เร่งแกะรอยติดตามผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง จนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่งย่านเครือสหพัฒน์ หมู่ 11 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมด
ระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุทำร้ายเยาวชนไทยจริง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ดำเนินคดีตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่ผู้ต้องหาอ้างว่าถูกฝ่ายผู้เสียหายทำร้ายและชิงรองเท้าก่อนนั้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นสิทธิ์ที่ผู้ต้องหาจะให้การโต้แย้ง แต่ตำรวจจะสืบสวนขยายผลอย่างละเอียด หากพบพยานหลักฐานว่ามีฝ่ายใดกระทำผิดเพิ่มเติม ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้เน้นย้ำให้แรงงานต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เคารพและปฏิบัติตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด พร้อมขอให้นายจ้างและผู้ประกอบการตรวจสอบแรงงานต่างด้าวให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งเรื่องเอกสารเข้าเมืองและใบอนุญาตทำงาน รวมถึงช่วยสอดส่องดูแลไม่ให้สร้างความเดือดร้อนต่อสังคม
นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรียังได้เข้าไปพูดคุยและตักเตือนผู้ต้องหาทั้ง 5 คน โดยระบุว่า หากถูกกระทำหรือถูกรังแก ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ควรใช้ความรุนแรงตอบโต้ พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ
