- 25 พ.ค. 2569
จากช้างโชว์เดินสาย สู่ช้างลากไม้ชีวิตสุดรันทด “พลายไข่แดง” ผ่านทั้งโซ่ตรวน อาละวาดจนเกือบถูกขายทอดตลาด ก่อน “บังยี” จะยื่นมือช่วยไว้
กลายเป็นเรื่องสะเทือนใจคนรักช้างบนโลกออนไลน์ เมื่อ “บังยี” เจ้าของช้างชื่อดัง “พลายไข่แดง” ออกมาโพสต์ประกาศหาบ้านใหม่ให้ช้างคู่ใจ พร้อมยอมรับตรง ๆ ว่า ไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงและดูแลช้าง หวั่นหากฝืนเลี้ยงต่อไป อาจส่งผลไม่ดีต่อความเป็นอยู่และความปลอดภัยของช้างในระยะยาว
“พลายไข่แดง” จากช้างโชว์เดินสาย สู่ช้างลากไม้ชีวิตสุดรันทด ผ่านทั้งโซ่ตรวน อาละวาดจนเกือบถูกขายทอดตลาด ก่อน “บังยี” จะยื่นมือช่วยไว้ แต่สุดท้ายต้องจำใจประกาศหาบ้านใหม่ เพราะรู้ดีว่าความรักอย่างเดียว อาจไม่พอสำหรับการดูแลช้างทั้งชีวิต
บังยีได้โพสต์ภาพของพลายไข่แดงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมข้อความระบุว่า
“สวัสดีครับ ผมขออนุญาตหาบ้านใหม่ให้ ‘พลายไข่แดง’ เนื่องจากผมไม่มีประสบการณ์การเลี้ยงช้าง และประสบการณ์การดูแลช้าง”
หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้ใช้โซเชียลจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งให้กำลังใจบังยี และแสดงความเป็นห่วงอนาคตของพลายไข่แดง หลายคนมองว่าการดูแลช้างไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยทั้งความรู้ ความเข้าใจ ประสบการณ์ รวมถึงสถานที่และบุคลากรที่เหมาะสม เพื่อให้ช้างได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและปลอดภัย
การออกมาประกาศครั้งนี้ ถือเป็นการอัปเดตจากเจ้าของโดยตรง หลังบังยีประสบปัญหาเกี่ยวกับการเลี้ยงและดูแลพลายไข่แดง จนต้องตัดสินใจประกาศหาบ้านใหม่ให้ช้างเชือกนี้ โดยหวังว่าจะมีผู้ที่มีความพร้อม และมีประสบการณ์จริงเข้ามารับช่วงดูแลต่อ
ขณะเดียวกัน ชื่อของ “พลายไข่แดง” ยังคงได้รับความสนใจจากผู้คนในโลกออนไลน์ หลายฝ่ายต่างจับตาว่า หลังจากนี้จะมีหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญด้านช้างเข้ามาช่วยประสานดูแล หรือหาทางออกที่เหมาะสมให้กับช้างเชือกดังกล่าวหรือไม่
ย้อนกลับไป เส้นทางชีวิตของ “พลายไข่แดง” ถือว่าเต็มไปด้วยเรื่องราวสุดรันทด เริ่มต้นจากการเป็นช้างโชว์เดินสายในชื่อ “พลายเพชรแท้” ที่จังหวัดชัยภูมิ ก่อนถูกขายไปใช้แรงงานลากไม้ยางพาราที่จังหวัดพังงา และถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “พลายไข่แดง”
ต่อมาถูกย้ายไปลากไม้ต่อที่จังหวัดระนองนานกว่า 3 ปี กระทั่งเกิดเหตุระทึก เมื่อพลายไข่แดงเกิดอาการ “ตกมัน” หลุดโซ่อาละวาด สร้างความเสียหายให้รถของชาวบ้านเกือบล้านบาท จนเจ้าของเดิมต้องประกาศขายทอดตลาด
กระทั่งเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน บังยีได้พบพลายไข่แดงถูกล่ามเอาไว้ และเกิดความสงสารหลังสบตากับช้างเชือกนี้ จนตัดสินใจซื้อทันทีภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ก่อนพาข้ามภาคมาอยู่ที่จังหวัดนราธิวาส ทั้งที่ครอบครัวไม่เคยมีประสบการณ์เลี้ยงช้างมาก่อน และไม่ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับช้างแต่อย่างใด
ตลอดช่วงที่ผ่านมา บังยีต้องอาศัยควาญช้างในพื้นที่ช่วยดูแล และพาพลายไข่แดงออกไปรับจ้างลากไม้เพื่อประทังชีวิต แต่ล่าสุดควาญช้างได้นำพลายไข่แดงกลับมาส่งคืน ทำให้เจ้าตัวต้องคิดหนัก และยอมรับว่าหากยังฝืนเลี้ยงต่อไป ทั้งที่ไม่มีความพร้อม อาจทำให้ช้างลำบากและไม่ปลอดภัย จึงตัดสินใจประกาศหาบ้านใหม่ ที่มีควาญช้างมืออาชีพและมีความเข้าใจธรรมชาติของช้างจริง ๆ มารับดูแลต่อ
อีกหนึ่งเรื่องที่ทำเอาแฟนคลับใจหาย คือความผูกพันระหว่าง “พลายไข่แดง” กับ “พลายสลาตัน” หรือ “พลายแสนตัน” ช้างอีกเชือกของบังยี ที่มักอยู่ด้วยกันตลอด ไปไหนไปกันเหมือนพี่น้อง ทำให้การหาบ้านใหม่ในครั้งนี้เต็มไปด้วยความอาลัย แต่บังยีก็ยอมตัดใจ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของพลายไข่แดงในระยะยาว
