- 26 พ.ค. 2569
“พลายกอแก้ว” จ่าฝูงช้างป่าระดับตำนานแห่งเขาคิชฌกูฏ ถูกพบเป็นซากริมสระน้ำท้ายสวนผลไม้ จันทบุรี สภาพมีบาดแผลคล้ายถูกยิงไม่ต่ำกว่า 6 จุด
จากกรณีที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนรักสัตว์ทั่วประเทศ หลังพบ "พลายกอแก้ว" ช้างป่าเพศผู้ล้มเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำในพื้นที่นอกเขตอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ล่าสุด อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สั่งเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมส่งทีมสัตวแพทย์เข้าผ่าชันสูตรซากอย่างเร่งด่วน หลังพบร่องรอยบาดแผลหลายจุดบริเวณกกหู หน้าอก และลำตัว ท่ามกลางข้อสงสัยว่าอาจถูกยิงเสียชีวิต
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 18.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาช้างป่า ชุดที่ 10 ร่วมกับอาสาสมัครชุดคลองพลู ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณท้ายสวนผลไม้ของอดีตกำนันตำบลคลองพลู หมู่ 9 ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี หลังได้รับแจ้งพบช้างป่าล้มเสียชีวิตอยู่ในพื้นที่
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นช้างป่าเพศผู้ มีงาคู่ อายุราว 30 ปี จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏประมาณ 14.67 กิโลเมตร โดยเจ้าหน้าที่พบร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์บริเวณกกหูและหน้าอกใกล้ลำคอ ซึ่งยังต้องรอผลการพิสูจน์อย่างละเอียด เพื่อยืนยันสาเหตุการตายที่แท้จริง
นายชวินทฐ์ ปิ่นแก้ว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ เปิดเผยว่า ได้ประสานพนักงานสอบสวน สภ.เขาคิชฌกูฏ เข้าร่วมตรวจสอบพื้นที่และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว พร้อมประสานสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ส่งทีมสัตวแพทย์เข้าผ่าพิสูจน์ซาก ตามข้อสั่งการของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อเร่งหาข้อเท็จจริงโดยเร็วที่สุด
ล่าสุดมีรายงานว่า ช้างป่าตัวดังกล่าวคือ “พลายกอแก้ว” หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ “ไอ้มั่ว” ช้างป่าเพศผู้จ่าฝูงระดับตำนาน อายุประมาณ 30 ปี มีงายาวกว่า 80 เซนติเมตร และอาศัยอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏมานานเกือบ 10 ปี
กระทั่งวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 มีผู้พบซากพลายกอแก้วนอนเสียชีวิตอยู่ริมสระน้ำท้ายสวนผลไม้ในพื้นที่ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฏ โดยผลตรวจสอบเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ และทีมสัตวแพทย์ พบร่องรอยบาดแผลตามร่างกายคล้ายถูกอาวุธปืนไม่ต่ำกว่า 6 จุด ทั้งบริเวณกกหู หน้าอก ท้อง และโคนขาหน้า
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และนำซากช้างไปผ่าชันสูตรอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด รวมถึงติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
