- 26 พ.ค. 2569
ไทยช่วยไทยพลัส เปิดลงทะเบียนวันแรก คนแห่สมัครทะลุ 24 ล้านราย เช็กคุณสมบัติ-วิธียืนยันสิทธิได้ที่นี่ พร้อมช่องทางสอบถามปัญหา
โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เปิดลงทะเบียนรับสิทธิตั้งแต่วันที่ 25 - 29 พฤษภาคม 2569
โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) (โครงการฯ) เปิดให้ประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ เป็นวันแรก ในวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 โดยมีรายละเอียดการลงทะเบียนประชาชน ประเภทร้านค้า และการลงทะเบียนร้านค้า ดังนี้
ประชาชน
1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
2. มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
3. มีบัตรประจำตัวประชาชน
4. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 - 5 และโครงการคนละครึ่ง พลัส
5. ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 (เวลา 06.00 - 22.00 น.) จนกว่าจะครบจำนวน 30 ล้านคน หรือถึงปิดลงทะเบียนในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 แล้วแต่เกณฑ์ใดจะถึงก่อน โดย
- ประชาชนผู้ที่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส จะต้องยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
- ประชาชนผู้ที่ไม่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส จะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยเมื่อลงทะเบียนแล้วเสร็จจะได้รับข้อความผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือข้อความสั้น (Short Message Service: SMS) แจ้งยืนยันการได้รับหรือไม่ได้รับสิทธิในโครงการฯ
สำหรับผู้ที่ไม่เคยมีแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน ลงทะเบียน และพิสูจน์และยืนยันตัวตนให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิจากผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของบัตรประจำตัวประชาชน ผู้ได้รับสิทธิจะต้องทำการพิสูจน์และยืนยันตัวตนตามวิธีการที่โครงการฯ กำหนด โดยผู้ได้รับสิทธิจะต้องดำเนินการพิสูจน์ตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนผ่านช่องทางของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธ. กรุงไทยฯ) ได้ที่ สาขาหรือตู้เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (Automatic Teller Machine: ATM) ที่มีสัญลักษณ์ Confirm ID ของ ธ. กรุงไทยฯ ยกเว้นผู้ที่เคยทำการพิสูจน์ตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนกับโครงการ/มาตรการอื่นของรัฐ หรือผ่านช่องทางของ ธ. กรุงไทยฯ มาก่อนแล้ว
ประเภทร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้
1. ผู้ประกอบการร้านค้า
1.1 เป็นผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทย ที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านค้าธงฟ้าฯ) ที่ไม่ใช่นิติบุคคล เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
1.2 ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547
1.3 ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ทั้งนี้ 1) ต้องไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ 2) ต้องไม่เป็นการประกอบกิจการที่ดำเนินการในลักษณะที่ไปรับสินค้าของบุคคลอื่นแล้วนำไปจำหน่ายและนำส่งค่าสินค้าที่จำหน่ายได้ให้แก่บุคคลที่ตนไปรับสินค้ามา โดยได้รับค่าตอบแทนที่คำนวณจากยอดขายสินค้าที่สามารถจำหน่ายได้หรือค่าตอบแทนอื่นใด ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการประกอบกิจการที่มีสถานประกอบกิจการ และ 3) ต้องมีการประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้
2. ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ
2.1 เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล
2.2 ผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกผู้โดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย
2.3 ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น
3. ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ รถร่วมบริการที่เข้าร่วมเดินรถกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง และเรือโดยสารสาธารณะ
4. นิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567 ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ทั้งนี้ ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
5. ร้านค้าจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 - 5 และโครงการคนละครึ่ง พลัส
ทั้งนี้ สำหรับผู้ให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม จะไม่สามารถสมัครเข้าร่วมเป็นร้านค้าในโครงการฯ ได้
การลงทะเบียนร้านค้า ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
1. กรณีเป็นผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”
2. กรณีเป็นผู้ประกอบการร้านค้า หรือผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ หรือนิติบุคคลขนาดเล็ก นอกเหนือจากที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านสาขาของ ธ. กรุงไทยฯ
3. กรณีเป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ นอกเหนือจากที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ด้วยการเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โดยตรงกับ ธ. กรุงไทยฯ
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการตามข้อ 1. และข้อ 2. หากไม่ปรากฏข้อมูลการประกอบกิจการของผู้ประกอบการดังกล่าวในฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐ จะต้องได้รับการยืนยันว่ามีการประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทยหรือกรุงเทพมหานครมอบหมาย แล้วแต่กรณี หรือเคยได้รับการยืนยันว่ามีการประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทยหรือกรุงเทพมหานครมอบหมายภายใต้โครงการคนละครึ่ง พลัส
สำหรับความคืบหน้าของการลงทะเบียนประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ในช่วงที่ผ่านมาพบว่า มีประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยจากข้อมูลสะสม ณ วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 23.00 น. มีประชาชนและร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ดังตาราง
ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน (ราย)
ประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ 24,439,670
ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส และลงทะเบียนสำเร็จ 18,322,038
ผู้ที่ลงทะเบียนใหม่และอยู่ระหว่างรอตรวจสอบคุณสมบัติ 5,705,982
ผู้ที่ลงทะเบียนใหม่และไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ 411,650
ร้านที่ค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน (ราย)
1. ร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 490,856
1.1 ร้านค้ารายเดิม 485,701
1.2 ร้านค้ารายใหม่ 5,155
2. ร้านค้าที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการสมัคร 499,170
2.1 รอให้ร้านค้าเข้ามากดยอมรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการฯ 492,285
2.2 รอดำเนินการตรวจสอบ 6,885
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจและมีคุณสมบัติเป็นไปตามเงื่อนไขโครงการฯ กำหนด สามารถทยอยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้อย่างต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 สำหรับร้านค้าที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นอกจากนี้ ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส หรือร้านค้าที่ลงทะเบียนใหม่และได้ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว ขอให้ตรวจสอบการยินยอม รับทราบ และยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ด้วย เพื่อให้การลงทะเบียนร้านค้าสำเร็จ
อนึ่ง ประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าสามารถตรวจสอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯ และรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ทาง www.ไทยช่วยไทยพลัส.th
ข้อมูลเพิ่มเติม
1. เว็บไซต์โครงการฯ: ติดตามรายละเอียดโครงการฯ และข้อมูลข่าวสารได้ทาง www.ไทยช่วยไทยพลัส.th
2. ศูนย์ช่วยเหลือสำหรับประชาชน:
2.1 ติดต่อสอบถาม โทร. 0 2111 1122 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง
2.2 ตรวจสอบผลการลงทะเบียนหรือวงเงินคงเหลือ โทร. 0 2111 1122 กด 2 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง
3. ศูนย์ช่วยเหลือสำหรับร้านค้า:
3.1 ติดต่อเกี่ยวกับรายการรับเงินภาครัฐ และการใช้งานแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โทร. 0 2111 1122 กด 3 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง
3.2 ตรวจสอบสถานะลงทะเบียนร้านค้า โทร. 0 2111 1122 กด 3 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง
4. สอบถามข้อมูลโครงการฯ:
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 08 5842 7102, 08 5842 7103, 08 5842 7104, 08 5842 7105, 08 5842 7106, 08 5842 7107, 08 5842 7108, 08 5842 7109 ตั้งแต่วันจันทร์ - ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 - 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
CR.กระทรวงการคลัง : Ministry of Finance
