สะเทือนป่าไทย ช้างป่าล้ม 3 คดีติด เงื่อนงำแต่ละจุดยิ่งหดหู่

วิกฤตช้างป่าไทย! ล้มปริศนา 3 เคสรวด "เขาใหญ่-จันทบุรี-กาญจน์" สะเทือนทั้งประเทศ สั่ง "ชุดพญาเสือ" สืบข้อเท็จจริง

สะเทือนวงการอนุรักษ์สัตว์ป่า หลังพบช้างป่าล้มต่อเนื่องในเวลาไล่เลี่ยกันถึง 3 จังหวัด ทั้งนครนายก จันทบุรี และกาญจนบุรี โดยแต่ละจุดพบเงื่อนงำน่าสงสัย ทั้งงาช้างหายปริศนา ร่องรอยคล้ายถูกยิง และบางตัวเสียชีวิตจากไฟฟ้าช็อต ล่าสุด อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ สั่ง “ชุดพญาเสือ” ระดมกำลังลงพื้นที่ปูพรมสืบข้อเท็จจริง เร่งล่าขบวนการพรานป่า-ค้างาช้าง และตรวจสอบสาเหตุการตายอย่างละเอียดทุกเคส

 

สะเทือนป่าไทย ช้างป่าล้ม 3 คดีติด เงื่อนงำแต่ละจุดยิ่งหดหู่

สะเทือนป่าไทย ช้างป่าล้ม 3 คดีติด เงื่อนงำแต่ละจุดยิ่งหดหู่

 

อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่ง "ชุดพญาเสือ" ปูพรม 3 จังหวัด สืบข้อเท็จจริงเหตุช้างป่าล้ม พบทั้งเคสถูกถอดงาที่เขาใหญ่ จันทบุรีพบรอยกระสุน และไฟช็อตที่กาญจนบุรี

26 พฤษภาคม 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ "พญาเสือ" และสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า แยกกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีพบซากช้างป่าเสียชีวิตในเวลาไล่เลี่ยกันถึง 3 จังหวัด ประกอบด้วย นครนายก จันทบุรี และกาญจนบุรี หลังได้รับรายงานสถานการณ์เข้าข่ายที่ต้องตรวจสอบว่าถูกลักลอบล่าเอางา หรือถูกถอดไปจากซากที่ตายแล้ว รวมถึงอุบัติเหตุจากกระแสไฟฟ้า

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้มอบหมายให้นายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีฯ กำกับดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ร่วมกับ นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า สำหรับกรณีแรกเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนครนายก โดย นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รายงานเข้ามาว่า เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่ ขญ.13 (นางรอง) ได้ออกลาดตระเวนเชิงรุกและพบซากช้างป่าเพศผู้ ไม่ทราบชื่อ นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณป่าเขาแก้ว หมู่ที่ 1 ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก โดยในวันนี้ได้สั่งการให้นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามหาสาเหตุการตายของช้างอย่างละเอียด
 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบสภาพซากช้างป่าพบว่าเน่าเปื่อยแล้ว คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือน โดยมีรอยพิรุธสำคัญคือ "งาทั้ง 2 ข้างหายไป" ขณะที่โครงกระดูกและฟันยังอยู่ครบ เบื้องต้นสัตวแพทย์ไม่สามารถระบุสาเหตุการตายที่แน่ชัดได้ เนื่องจากซากย่อยสลายไปมาก เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองนครนายก เก็บหลักฐาน หาร่องรอยกระสุน ก่อนที่จะดำเนินการทำลายซากโดยการฝังกลบพร้อมโรยปูนขาวฆ่าเชื้อทันที สำหรับงาที่หายไปจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่าถูกถอดไปตอนไหน

 

สะเทือนป่าไทย ช้างป่าล้ม 3 คดีติด เงื่อนงำแต่ละจุดยิ่งหดหู่

 

ต่อมาในวันเดียวกัน นายอรุณ พงศ์ไพฑูรย์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า รายงานว่าได้รับแจ้งจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี พบซากช้างป่าล้มในพื้นที่ หมู่ 9 บ้านคลองตาอิน ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ จึงส่งทีมสัตวแพทย์ร่วมกับ สภ.เขาคิชฌกูฏ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ

ผลการชันสูตรซากช้างป่าเพศผู้ มีงาปลี 2 กิ่ง คาดว่าตายมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 วัน พบรอยไหม้เกรียมเป็นแนวเส้นตรงยาวตามผิวหนังบริเวณหลังดวงตาซ้าย คาง และปลายงวง ซึ่งกล้ามเนื้อสลายตัว สันนิษฐานว่าเกิดจากกระแสไฟฟ้าช็อต นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานเป็นวัตถุโลหะคล้ายกระสุนปืนฝังอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณกกหูขวา คาง และหน้าอก แม้ไม่ใช่จุดตาย แต่ถือเป็นหลักฐานชัดเจนว่าช้างป่าตัวนี้เคยถูกลักลอบยิง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บกู้เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ต่อไป

เคสสุดท้าย นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้รับรายงานจาก นายสุทธิชัย โผภูเขียว หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ กรณีพบซากช้างป่าเพศผู้ มีงา อายุประมาณ 25-30 ปี จำนวน 1 ซาก ล้มอยู่บริเวณบ้านท่ามะนาว หมู่ที่ 2 ตำบลวังด้ง อำเภอเมืองกาญจนบุรี (นอกเขต ขสป.สลักพระ) เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยในวันที่ 25 พฤษภาคม เวลา 13.00 น. ทีมสัตวแพทย์และนายชุมพล แก้วเกตุ ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้เข้าผ่าชันสูตรซาก พบช้างนอนตะแคงซ้ายและมีสายไฟฟ้าพาดผ่านบริเวณข้อเท้าหน้าและข้อเท้าหลัง ผลชันสูตรชี้ชัดว่าช้างเสียชีวิตจากกระแสไฟฟ้า (Electrocution) โดยพบรอยไหม้และผิวหนังพุพองที่ปลายงวง มุมปากมีรอยไหม้สีดำคล้ำ ลิ้นดำคล้ำเลือด และผิวหนังแยกตัวจากกล้ามเนื้อบริเวณขาหนีบ รักแร้ รวมถึงรอบรูทวาร

คณะเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ช้างป่าตัวนี้อาจเดินไปดันเสาไฟฟ้าจนทำให้สายไฟหย่อนลงมา และมีการดึงสายไฟจนเกิดอุบัติเหตุไฟฟ้าช็อต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ถอดงาช้างทั้ง 2 กิ่ง ไปเก็บรักษาไว้ที่สำนักงาน ขสป.สลักพระ ตามระเบียบ พร้อมทำลายซากด้วยการฝังกลบโรยปูนขาวตามหลักวิชาการ และเข้าแจ้งความที่ สภ.ลาดหญ้า เรียบร้อยแล้ว

จากเหตุสลดที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาเสือ และสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ลงพื้นที่ประสานงานกับพนักงานสอบสวนและกองพิสูจน์หลักฐานทั้ง 3 พื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเคสอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ให้เร่งสืบสวนปูพรมล่าตัวกลุ่มพรานป่า ขบวนการค้างาช้าง และผู้ลักลอบปล่อยกระแสไฟฟ้ามาดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดต่อไป