สลดใจ ป.5 แผลสาหัสทั้งตัว หลังครูสั่งเผารังแตน เจ็บปวดไม่จบ

แผลทั่วตัวยังไม่หาย แม่ร้องขอความเป็นธรรม ลูก ป.5 ถูกครูสั่งเผารังแตนจนเกิดเหตุสลด ความเจ็บปวดแสนสาหัสไม่จบ

แม่ร้องสายไหมต้องรอด ขอความเป็นธรรม กรณีลูกชายวัยประถมถูกคุณครูที่โรงเรียนสั่งให้ไป "เผารังแตน" จนเกิดอุบัติเหตุผิดพลาด ถูกไฟลวกทั่วทั้งร่างกาย บาดเจ็บสาหัส

นางสาวศิริขวัญ วงศ์รอบแคว้น อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นมารดาของเด็กชายพอร์ช อายุ 11 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ได้เข้าร้องเรียนผ่านเพจสายไหมต้องรอดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนปีที่ผ่านมา

 

สลดใจ ป.5 แผลสาหัสทั้งตัว หลังครูสั่งเผารังแตน เจ็บปวดไม่จบ

สลดใจ ป.5 แผลสาหัสทั้งตัว หลังครูสั่งเผารังแตน เจ็บปวดไม่จบ

 

ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษสั่งให้นักเรียนสองคนถือถังน้ำมันเพื่อจุดไฟรมรังแตนกลางโรงเรียน แต่เกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อถังน้ำมันระเบิด ทำให้เกิดไฟลุกท่วม ส่งผลให้เด็กชายพอร์ชและเพื่อนนักเรียนอีกหนึ่งคน รวมทั้งครูได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยมีอาการถูกไฟไหม้ทั่วร่างกายและผิวหนังลอกออกตั้งแต่ใบหน้าจนถึงขา แต่กลับไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม

นางสาวศิริขวัญเล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ลูกชายของเธอสวมเครื่องแบบนักเรียนและกำลังเรียนอยู่ในโรงเรียน ครูได้เรียกลูกชายไปยังบริเวณรังแตน และสั่งให้หยิบถังน้ำมันจากภายในห้องเรียนเพื่อใช้ในการจุดไฟไล่รังแตน โดยในระหว่างการดำเนินการ ลูกชายและเพื่อนอีกคนหนึ่งทำหน้าที่ถือถังน้ำมัน ขณะที่ครูถือท่อนไม้ที่ห่อด้วยกระดาษ A4 เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการจุดไฟ ในการจุดไฟครั้งแรกไม่สำเร็จ ครูจึงตัดสินใจจุดไฟอีกครั้ง โดยมีเพื่อนนักเรียนช่วยเปิดฝาถังน้ำมันและเติมน้ำมันลงไปในกองไฟ ส่งผลให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง ไฟลุกท่วมตัวครู เด็กชายพอร์ช และเพื่อนนักเรียนอีกคน ทำให้ทั้งสามคนได้รับบาดเจ็บสาหัส

สลดใจ ป.5 แผลสาหัสทั้งตัว หลังครูสั่งเผารังแตน เจ็บปวดไม่จบ

 

ที่ผ่านมา โรงเรียนได้ให้การดูแลในระหว่างที่เด็กชายพอร์ชอยู่ที่โรงพยาบาล และมีการติดต่อเรื่องเงินประกัน โดยผู้อำนวยการโรงเรียนได้มอบเงินส่วนตัวให้จำนวนหนึ่ง รวมถึงเงินจำนวน 4,000 บาทจากแม่ของครูที่สั่งให้ไปไล่รังแตน อย่างไรก็ตาม ครอบครัวได้เรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือในการรักษาเด็กชายพอร์ช ซึ่งต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอย่างรุนแรงในทุกวันจากการรักษาแผลและการผ่าตัด เนื่องจากสภาพบาดแผลมีความรุนแรงมาก

เด็กชายพอร์ชได้เล่าเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุว่า เขาเป็นจิตอาสาของโรงเรียนและไม่คาดคิดว่าจะเกิดอันตราย ขณะที่นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้แสดงความตั้งใจที่จะประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านคดีและการเยียวยาเบื้องต้น พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความเห็นใจสามารถแนะนำการช่วยเหลือในด้านการรักษาแผลเป็น โดยเฉพาะแผลเป็นที่ใบหน้า ได้ติดต่อไปยังเพจสายไหมต้องรอด