เตือนแรง "ไทยช่วยไทยพลัส" ย้ำข้อสำคัญ ระวังใช้จ่ายไม่ได้

อย่าพลาด "ไทยช่วยไทยพลัส" เช็กด่วนของต้องห้าม เสี่ยงถูกตัดสิทธิ เปิดเงื่อนไขสำคัญที่ผู้มีสิทธิต้องรู้ ระวังใช้จ่ายไม่ได้

ประชาชนที่ได้รับสิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส" ต้องไม่พลาดเช็กเงื่อนไขการใช้จ่าย หลังเริ่มใช้สิทธิได้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569  โดยเฉพาะช่วงเวลาการใช้สิทธิที่รัฐบาลกำหนดให้สามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. เท่านั้น หากเลยเวลาที่กำหนดจะไม่สามารถใช้สิทธิได้

 

เตือนแรง ไทยช่วยไทยพลัส ย้ำข้อสำคัญ ระวังใช้จ่ายไม่ได้

เตือนแรง ไทยช่วยไทยพลัส ย้ำข้อสำคัญ ระวังใช้จ่ายไม่ได้

 

โครงการไทยช่วยไทยพลัส เปิดให้ประชาชนใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยผู้ได้รับสิทธิสามารถนำวงเงินไปซื้อสินค้าและบริการที่ร่วมโครงการได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด

สำหรับสินค้าและบริการที่สามารถใช้สิทธิได้ ได้แก่

  • อาหาร
  • เครื่องดื่ม
  • สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป
  • รวมถึงค่าโดยสารขนส่งมวลชนสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ ตลอดจนบริการขนส่งสาธารณะที่ไม่ใช่นิติบุคคล อาทิ แท็กซี่ และวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง

ซึ่งผู้ให้บริการต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและมีแอปพลิเคชันถุงเงินเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายประเภทที่ไม่สามารถใช้สิทธิได้ ได้แก่ สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด การชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า รวมถึงบริการนวด สปา ทำเล็บ และทำผม

เตือนแรง ไทยช่วยไทยพลัส ย้ำข้อสำคัญ ระวังใช้จ่ายไม่ได้

 

ทั้งนี้ ผู้ใช้สิทธิต้องระมัดระวังการใช้จ่ายให้เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการ เพราะหากตรวจพบการใช้สิทธิผิดประเภท อาจถูกระงับสิทธิได้ทันที โดยสามารถใช้สิทธิได้เฉพาะร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น

สำหรับวงเงินใช้จ่าย กำหนดไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน รวมตลอดโครงการไม่เกิน 4,000 บาท

หากใช้วงเงินรายวันไม่หมดสามารถนำไปใช้ในวันถัดไปได้ แต่สิทธิรายเดือนจะไม่สามารถสะสมหรือทบไปเดือนถัดไปได้

  • ส่วนการสั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรี จะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 ครอบคลุมเฉพาะค่าอาหารและเครื่องดื่ม ไม่รวมค่าจัดส่ง และสามารถใช้สิทธิได้ในช่วงเวลา 06.00-21.00 น. เท่านั้น