- 04 มิ.ย. 2569
สาวใหญ่อุดรธานีวัย 47 ปี ร่ำไห้ร้องนายกเทศฯ เมืองบ้านดุง ถูกหนุ่มโปรไฟล์ดีลวงเข้ารีสอร์ทบังคับขืนใจตั้งแต่เจอครั้งแรก ซ้ำร้ายแย่งมือถือสแกนหน้าโอนเงิน กุเรื่องแม่ทิพย์และรับเหมาสูบเงินเกลี้ยงบัญชี 3 แสน
อุดรธานี (4 มิถุนายน 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุการณ์เตือนภัยสังคมสำหรับผู้ที่นิยมใช้งานแอปพลิเคชันหาคู่ทางออนไลน์ โดย คุณแนนนี่ (นามสมมติ) อายุ 47 ปี ประชาชนชาวอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ได้ตัดสินใจเปิดเผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจ เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่ผู้หญิงทุกคน หลังจากตนเองถูกมิจฉาชีพที่รู้จักกันผ่านระบบออนไลน์หลอกลวงจนสูญเสียทั้งทรัพย์สิน ร่างกาย และจิตใจอย่างบอบช้ำ ล่าสุดเยียวยาใจไม่ได้จึงนำเรื่องเข้าร้องทุกข์ต่อ นายวีระพล รักเสมอวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุง เพื่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมายและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี
คุณแนนนี่ เปิดเผยถึงปูมหลังว่า ตนเองอาศัยอยู่ตามลำพังด้วยความโดดเดี่ยวหลังจากหย่าร้างกับอดีตสามีที่มีพฤติกรรมพัวพันกับยาเสพติดอย่างหนัก จึงได้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหาคู่มาใช้งานหวังหาเพื่อนคุยคลายเหงา จนกระทั่งได้กดจับคู่ (Match) กับชายรายหนึ่งที่ใช้ชื่อในระบบว่า “หนุ่ม” อายุ 47 ปี มีลักษณะโพรไฟล์หน้าตาคมเข้ม ภูมิฐาน คล้ายเจ้าหน้าที่รัฐและขับรถป้ายแดง โดยนายหนุ่มได้เข้ามาทำทีขายขนมจีบและอ้างว่ามีสถานะโสดสนิท ก่อนจะออกอุบายว่ากำลังเดินทางมาทำธุระในพื้นที่คำชะโนด จึงนัดหมายพบกันเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมความไม่โปร่งใสของมิจฉาชีพรายนี้เริ่มปรากฏตั้งแต่ยังเดินทางมาไม่ถึง โดยนายหนุ่มได้โทรศัพท์มาอ้างว่าแวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม แต่ระบบแอปพลิเคชันธนาคารขัดข้อง ไม่มีเงินสดชำระค่าน้ำมัน จึงขอให้คุณแนนนี่โอนเงินช่วยเหลือเร่งด่วนจำนวน 1,500 บาท ซึ่งด้วยความไว้ใจจึงโอนไปให้ ทว่าเมื่อพบตัวจริงกลับพบว่าหน้าตาไม่ตรงตามรูปภาพโพรไฟล์และดูมีอายุมากกว่าปกติ แต่นายหนุ่มยังแสดงละครเป็นคนใจบุญ ชักชวนเดินทางไปกราบไหว้ปู่ศรีสุทโธที่คำชะโนด ระหว่างทางได้แวะรับประทานอาหารอีสาน และที่นี่เองที่ลายเริ่มออก โดยนายหนุ่มบังคับให้โอนเงินซื้อลอตเตอรี่ให้อีก 700 บาท พร้อมทั้งออกอุบายขอดูยอดเงินในบัญชีธนาคาร เมื่อเห็นว่ามีเงินเก็บอยู่ประมาณ 4-5 หมื่นบาท นายหนุ่มได้กระชากแย่งโทรศัพท์มือถือไปจากมือทันที ก่อนจะบังคับคุมตัวให้คุณแนนนี่สแกนใบหน้าเพื่อโอนเงินออกไป 2 รอบ รวมเป็นเงิน 20,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำไปหมุนเวียนในระบบงานก่อน
หลังจากได้เงินก้อนแรกไป นายหนุ่มไม่ได้พาไปคำชะโนดตามสัญญา แต่กลับเลี้ยวรถยนต์เข้ารีสอร์ตริมทาง อ้างว่าเหนื่อยล้าจากการขับรถและต้องการพักผ่อน ซึ่งท้ายที่สุดคุณแนนนี่จำต้องยินยอมเข้าไปในห้องพักเนื่องจากความหวาดกลัวและถูกบังคับขืนใจในที่สุด หลังจากนั้นคนร้ายได้สร้างเรื่องราวต้มตุ๋นต่อเนื่อง อาทิ อ้างว่าเป็นผู้รับเหมาสร้างซุ้มประตูโขง ต้องใช้เงินเคลียร์ค่าแรงลูกน้อง และหนักที่สุดคืออ้างว่าจะไปเบิกเงินสดจำนวน 500,000 บาทจากเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง แต่ต้องนำเงินสดไปมอบเป็นค่าน้ำใจล่วงหน้า จึงหลอกลวงให้โอนเงินครั้งละหลายหมื่นบาทอีกหลายวาระ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ นายหนุ่มยังได้พาคุณแนนนี่เดินทางข้ามจังหวัดไปยังอำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย พาไปพบหญิงชราที่อ้างว่าเป็นมารดา ซึ่งด้วยความมีสัมมาคารวะ คุณแนนนี่จึงมอบเงินสดให้อีก 1,000 บาท
ท้ายที่สุด เงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิต ทั้งเงินส่วนตัว เงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของมารดา และเงินที่ลูกสาวส่งมาจุนเจือครอบครัว ถูกสูบออกไปจนหมดเกลี้ยงบัญชี จนตนเองต้องจำใจนำทองคำเส้นสุดท้ายไปจำนำอีก 30,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นกว่า 300,000 บาทเศษ ทันทีที่เงินหมดพฤติกรรมของนายหนุ่มก็เปลี่ยนไป ทักไม่ตอบ โทรไม่รับ เมื่อส่งข้อความไปทวงถามอย่างหนัก มิจฉาชีพรายนี้กลับแสดงพฤติกรรมหยาบคายด่าสวนกลับมาว่า “มึงจะเอาอะไรกับกูนักหนาวะ มึงเป็นแม่กูหรือไง” ประกอบกับระหว่างเดินทางร่วมกัน นายหนุ่มมักพูดจาข่มขู่แสดงอิทธิพลมืดว่า “ในรถผมมีปืนนะ แต่คุณหาไม่เจอหรอก” ทำให้ตนเองเกิดความหวาดกลัวต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยเป็นอย่างมาก
“หนูอยากร่ำไห้ฝากคำเตือนสติไปถึงผู้หญิงทุกคนนะคะ อย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลยค่ะแอปหาคู่ มีแต่พวกมิจฉาชีพแฝงตัวมาทั้งนั้น โดนหลอกลวงทีเสียทั้งเงิน เสียทั้งตัว และเสียทั้งใจ ไม่อยากให้ใครต้องตกเป็นเหยื่ออันโหดร้ายของคนพวกนี้อีกแล้วค่ะ” คุณแนนนี่กล่าวพร้อมน้ำตานองหน้า
ด้าน นายวีระพล รักเสมอวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุง ระบุว่า ขณะนี้หน่วยงานท้องถิ่นได้ทำการรับเรื่องร้องทุกข์เรียบร้อยแล้ว และกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและเร่งรัดคดีในการติดตามจับกุมตัวคนร้าย ซึ่งคดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ชิ้นสำคัญระลึกเตือนใจสายแชตออนไลน์ว่ารู้หน้าไม่รู้ใจ ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้นของ “นายหนุ่ม” พบว่าเคยตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีฉ้อโกงทรัพย์ในพื้นที่แขวงราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร โดยมีพฤติการณ์แอบอ้างบุคคลชื่อดังสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างแล้วเบี้ยวเงิน ซึ่งเคยถูกตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) จับกุมตัวมาแล้ว นอกจากนี้ยังมีประวัติระบุว่าเคยมีสถานะเป็นข้าราชการทหาร ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างประสานงานหน่วยงานต้นสังกัดตรวจสอบว่ายังคงรับราชการอยู่หรือพ้นสภาพไปแล้วอย่างเป็นทางการ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ล่าสุดได้ให้คุณแนนนี่ทดลองโทรศัพท์ติดต่อไปยังนายหนุ่มเพื่อทวงถามความคืบหน้าเรื่องเงิน โดยปลายสายยอมรับสารภาพว่ายังไม่มีเงินมาชำระคืนให้ในขณะนี้ แต่อ้างว่าอยู่ระหว่างการพยายามหาเงินและขอเวลาอีกระยะหนึ่ง โดยระบุสั้น ๆ ว่า “ขอทำธุระก่อน ตอนนี้กำลังหาเงินอยู่ หากหาเงินได้แล้วจะโทรกลับ” ก่อนจะตัดสายไปโดยไม่ได้ระบุกรอบเวลาในการชดใช้หนี้ที่แน่ชัดแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำหลักฐานส่วนนี้ไปประกอบสำนวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
