- 08 มิ.ย. 2569
ยายวัย 91 ปีที่บุรีรัมย์ แบกภาระเลี้ยงลูกพิการ 4 คน ชวดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาแล้ว 2 ครั้ง เหตุระบบล็อกคุณสมบัติเจอเงินบริจาคหลักแสนค้างบัญชี ทั้งที่ความจริงใช้จ่ายพยุง 5 ชีวิตจนเกลี้ยง
บุรีรัมย์ (8 มิถุนายน 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแสวง นาคชลธี ผู้ใหญ่บ้านบ้านทุ่งไผ่ หมู่ที่ 5 ตำบลปะคำ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสำรวจข้อมูลเชิงลึกของผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียงภายในหมู่บ้านที่ยังไม่เคยได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือกลุ่มที่เคยถูกตัดสิทธิ์จากเงื่อนไขทางราชการ เพื่อเตรียมรวบรวมข้อมูลส่งต่อไปยังที่ว่าการอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเปิดลงทะเบียนรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ที่กำลังจะมาถึง
จากการลงพื้นที่สำรวจครั้งนี้ ได้พบเรื่องราวสุดรันทดของ คุณยายเพ็ญ อายุ 91 ปี ชาวบ้านทุ่งไผ่ ซึ่งมีสภาพร่างกายแก่ชรามาก ตาฝ้าฟาง และเดินเหินไม่สะดวกตามสังขารทว่ายังต้องรับภาระหนักในการเลี้ยงดูลูกที่มีความพิการถึง 4 คนมานานหลายปี จากการตรวจสอบสิทธิ์สวัสดิการในครอบครัวพบว่า ลูกผู้พิการทั้ง 4 คน ได้รับเบี้ยความพิการและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐครบถ้วนเนื่องจากการดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้นำชุมชน ทว่าตัวของคุณยายเพ็ญกลับได้รับเพียงแค่เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเท่านั้น โดยไม่เคยผ่านเกณฑ์การอนุมัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเลย แม้จะพยายามยื่นเรื่องลงทะเบียนมาแล้วถึง 2 ครั้งก็ตาม
นายแสวง ผู้ใหญ่บ้านทุ่งไผ่ เปิดเผยว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณยายเพ็ญไม่ผ่านการคัดกรองสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากระบบฐานข้อมูลของรัฐตรวจพบว่า คุณยายมีเงินฝากในบัญชีธนาคารจำนวนหลักแสนบาทในช่วงเวลาที่มีการพิจารณาคุณสมบัติ ซึ่งเงินก้อนดังกล่าวไม่ใช่รายได้ประจำหรือมรดก แต่เป็นเงินบริจาคที่ประชาชนและผู้มีจิตศรัทธามอบให้ด้วยความสงสารเพื่อช่วยพยุงชีวิตครอบครัวนี้ และในความเป็นจริง เงินจำนวนนั้นได้ถูกนำมาใช้จ่ายเป็นค่าอาหาร ยารักษาโรค และเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อเลี้ยงดูลูกที่พิการทั้ง 4 คน จนปัจจุบันเงินในบัญชีเกือบหมดสิ้นแล้ว
ปัจจุบัน ครอบครัวคุณยายต้องอาศัยเพียงเบี้ยคนชราของผู้ยาย เบี้ยผู้พิการของลูก และวงเงินสวัสดิการของลูก ๆ ในการประทังชีวิตไปวัน ๆ ส่วนลูกสาวคนเล็กซึ่งร่างกายปกติก็มีฐานะยากจนและมีรายได้ไม่แน่นอนจากการรับจ้างทั่วไปเท่านั้น ทางผู้นำชุมชนจึงมองว่าเกณฑ์พิจารณาดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้กลุ่มเปราะบางที่ยากจนจริง จึงเตรียมรวบรวมเคสของคุณยายเพ็ญรวมถึงผู้ตกหล่นรายอื่น เสนอแก่อำเภอปะคำเพื่อหาแนวทางเยียวยาเป็นกรณีพิเศษในรอบใหม่
ด้าน คุณยายเพ็ญ ในวัย 91 ปี กล่าวเปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ที่ผ่านมาตนพยายามลงทะเบียนขอรับสิทธิ์บัตรคนจนมาทุกรัฐบาลรวม 2 ครั้ง แต่ระบบก็ปัดตกทุกครั้งเพราะเหตุผลเรื่องเงินบริจาคค้างบัญชี ปัจจุบันตนอายุมากแล้ว ไม่สามารถออกไปทำงานหาเงินได้ ต้องหวังพึ่งพิงเพียงสวัสดิการจากทางราชการมาจุนเจือลูก ๆ จึงอยากวิงวอนให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยทบทวนและยกเว้นเงื่อนไขเงินบริจาค เพื่อให้ตนได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในวาระสุดท้ายของชีวิต
