สุดสะเทือนใจ เปิดข้อความในมือถือ หลังพบร่าง "น้ององุ่น"

เปิดข้อความในมือถือ หลังพบร่าง "น้ององุ่น" ตำรวจเจอเบาะแสสำคัญ นำสู่การคลี่คลายคดี ก่อนพบความจริงสุดสะเทือนใจ

คดีการเสียชีวิตปริศนาของ น้ององุ่น เด็กหญิงวัย 7 ขวบ ในพื้นที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคม ล่าสุดตำรวจสามารถคลี่คลายคดีและแจ้งข้อหาผู้เกี่ยวข้องได้แล้ว หลังพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นพี่สาวต่างบิดาวัย 14 ปี ขณะที่น้าชายวัย 17 ปี ถูกดำเนินคดีในข้อหาช่วยปิดบังอำพรางศพ

 

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า น้ององุ่น เด็กหญิงวัย 7 ปี หายออกจากบ้านในพื้นที่ ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า เด็กหญิงเดินไปซื้อขนมที่ร้านค้าในหมู่บ้านเมื่อเวลาประมาณ 10:00 น. ก่อนจะหายตัวไประหว่างเดินกลับบ้าน ทำให้ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ระดมกำลังค้นหาทั้งในหมู่บ้านและบริเวณแหล่งน้ำใกล้เคียง แต่ไม่พบตั

 

ต่อมาในวันที่ 31 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจ สภ.สังขละบุรี ฝ่ายปกครอง และชาวบ้านกว่า 100 คน ยังคงค้นหาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ป่าและชุมชนโดยรอบ แต่ก็ยังไร้วี่แววของ น้ององุ่น

 

กระทั่งวันที่ 1 มิถุนายน เวลาประมาณ 13:00 น. ชาวบ้านพบร่างของเด็กหญิงนอนเสียชีวิตอยู่ภายในป่ายาง ห่างจากบ้านประมาณ 500 เมตร สภาพศพคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วหลายวัน พบร่องรอยบาดแผลใต้คาง 2 แห่ง และรอยช้ำบริเวณใบหน้า ทำให้ในช่วงแรกมีข้อสงสัยว่าอาจถูกทำร้ายร่างกายหรือถูกล่วงละเมิด

 

หลังพบร่างผู้เสียชีวิต ชุดสืบสวนจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี และ สภ.สังขละบุรี ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมเชิญบุคคลต้องสงสัยหลายรายมาสอบสวนและเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอเพื่อเปรียบเทียบกับหลักฐานในคดี
 

สุดสะเทือนใจ เปิดข้อความในมือถือ หลังพบร่าง "น้ององุ่น"

 

ระหว่างวันที่ 2 - 4 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 7 ลงพื้นที่ติดตามคดีอย่างใกล้ชิด ขณะที่ผลชันสูตรไม่พบบาดแผลร้ายแรงที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิต ไม่พบร่องรอยบีบรัดคอ และไม่พบร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศ อย่างไรก็ตาม สภาพศพที่เริ่มเน่าเปื่อยจากการเสียชีวิตมาหลายวัน ทำให้การตรวจสอบรายละเอียดบางส่วนเป็นไปด้วยความยากลำบาก

 

ขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะและแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลตำรวจ ลงพื้นที่ประชุมติดตามคดีด้วยตนเอง พร้อมกำหนดแนวทางการสืบสวนใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ เด็กอาจพลัดหลงเข้าไปในป่าด้วยตัวเอง, อาจมีบุคคลพาไปและทำให้เสียชีวิต หรืออาจถูกสัตว์มีพิษทำร้าย

 

ภายหลังการตรวจสอบเชิงลึก เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในโทรศัพท์มือถือของพี่สาวต่างบิดาวัย 14 ปี โดยพบว่ามีการลบภาพและข้อความจำนวนมาก รวมถึงพบการสนทนากับเพื่อนคนหนึ่งในช่วงเวลาที่เกิดเหตุอย่างผิดสังเกต

 

เมื่อตำรวจเชิญเพื่อนคนดังกล่าวมาสอบถามเพิ่มเติม และตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ ก็พบประวัติการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโทษทางกฎหมายของเด็กที่กระทำความผิด ก่อนที่เพื่อนจะให้ข้อมูลว่า พี่สาวต่างบิดาของเด็กหญิงเคยเล่าให้ฟังว่า วันเกิดเหตุทั้งสองมีปากเสียงทะเลาะกัน ด้วยความโกรธจึงใช้มือปิดปากและปิดจมูกน้อง ก่อนจะทราบภายหลังว่าน้องเสียชีวิต และได้บอกให้น้าชายช่วยนำร่างไปซ่อน

 

ต่อมามีการเปิดเผยข้อมูลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบาะแสสำคัญนำไปสู่การสืบจนมัดตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 2 รายได้มาจากโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว โดยมือถือเครื่องดังกล่าวเป็นของ นางสาว น. ซึ่งเป็นเพื่อนของพี่สาวน้ององุ่น ที่ตำรวจพบประวัติการค้นหาว่า "หากเด็ก 17 ปี ก่อเหตุกับเด็ก ความผิดโทษเท่าใด" ตำรวจจึงสอบปากคำเจ้าของโทรศัพท์

 

ทั้งนี้เจ้าของโทรศัพท์ อายุ 18 ปี ยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นคนค้นหาข้อความดังกล่าว และให้ปากคำต่อว่าในวันที่ 31 พ.ค. ตนได้นำโทรศัพท์มือถือไปชาร์จไว้ที่บ้านของน้ององุ่นเพราะขณะค้นหานั้นโทรศัพท์มือถือของตนแบตหมด และโทรศัพท์ไม่ได้ตั้งรหัสล็อกเครื่องไว้และออกไปค้นหาน้ององุ่นต่อ ผู้ต้องสงสัยจึงแคบลงว่ามีเพียงบุคคลที่อยู่ในบ้านของน้องเท่านั้น และอายุของ นางสาว น. ก็มากกว่าในคำค้นหา

 

จากพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน ตำรวจจึงได้ไปนำตัวน้าชายวัย 17 ปี มาเค้นสอบว่าเป็นคนค้นหาแอบใช้มือถือไปค้นคำนี้ใช่หรือไม่ และวันนั้นทำอะไรกับน้ององุ่นความก็เลยแตกซึ่ง เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวพี่สาวต่างบิดาวัย 14 ปี และน้าชายวัย 17 ปี มาสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี ได้แจ้งข้อกล่าวหาพี่สาวต่างบิดาวัย 14 ปี ในข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" ส่วนชายอายุ 17 ปี ซึ่งเป็นน้าชายของเด็กหญิง ถูกแจ้งข้อหา "ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย" ก่อนนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

สุดสะเทือนใจ เปิดข้อความในมือถือ หลังพบร่าง "น้ององุ่น"