- 08 มิ.ย. 2569
ถึงบางอ้อ เผยสาเหตุชัด เชื้อ HPV ไม่ติดจากการนั่งชักโครกห้องน้ำสาธารณะ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาอธิบายกลไกการติดเชื้อ หลังหลายคนเข้าใจผิด
จากกรณีที่มีการถกเถียงกันในโลกออนไลน์เกี่ยวกับความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส HPV จากการใช้ห้องน้ำสาธารณะ ล่าสุด ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักวิจัยด้านไวรัสวิทยา ได้ออกมาให้ความรู้ผ่านเฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana อธิบายว่าทำไมการติดเชื้อ HPV จากการใช้ห้องน้ำสาธารณะ (เช่น การนั่งโถสุขภัณฑ์) จึง แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย?
1. ไวรัสต้องการ "รอยแผล" (Wound) ในการเข้าสู่ร่างกาย
ไวรัส HPV ไม่สามารถเจาะทะลุผิวหนังที่ปกติ แข็งแรง และไม่มีแผลได้ การที่ไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายได้นั้น จำเป็นต้องมีรอยฉีกขาดหรือรอยถลอกระดับไมโคร (Micro-abrasions) ซึ่งมักเกิดจากการเสียดสีอย่างรุนแรง (เช่น ระหว่างการมีเพศสัมพันธ์) การนั่งบนฝารองนั่งชักโครกตามปกติ ไม่ได้ทำให้เกิดการเสียดสีรุนแรงจนเกิดรอยแผลที่ผิวหนังบริเวณสะโพกหรือต้นขา
2. เป้าหมายของไวรัสคือ "เซลล์ชั้นล่างสุด" (Basal epithelial cell) เท่านั้น
จากภาพจะสังเกตว่าตัวไวรัสทรงกลมสีน้ำเงิน จะวิ่งผ่านช่องว่างของแผลลงไปลึกที่สุดจนถึง "Basal epithelial cell" (เซลล์เยื่อบุผิวชั้นฐาน) ซึ่งวางตัวอยู่บน "Basal membrane" (เยื่อหุ้มฐาน) อธิบายง่ายๆคือ ไวรัส HPV ไม่สามารถแบ่งตัวหรือเพิ่มจำนวนในเซลล์ผิวหนังชั้นนอกสุดที่ตายแล้วได้ มันต้องการเข้าไปติดเชื้อในเซลล์ต้นกำเนิดที่อยู่ชั้นลึกสุด (Basal cell) เพื่อใช้กลไกของเซลล์นั้นในการจำลองตัวเอง (Episomal replication)
3. บริเวณที่ติดเชื้อไวรัสนี้ได้ง่ายคือ "เยื่อบุผิวอ่อนนุ่ม" (Cervix / Mucosa)
จากภาพ ด้านซ้ายมือแสดงภาพของ "Cervix" (ปากมดลูก) ซึ่งเป็นช่องทางเฉพาะที่มีเนื้อเยื่อบุผิวชนิดเยื่อเมือก ที่มีความบอบบางและง่ายต่อการเกิดรอยถลอกเมื่อมีการสัมผัสโดยตรง ส่วนนี้ของเราไม่ได้ไปสัมผัสโดยตรงกับฝารองนั่งชักโครกขณะใช้งาน ผิวหนังส่วนที่สัมผัสภายนอกเป็นผิวหนังปกติที่หนาและแข็งแรงกว่ามาก
สรุปคือ ภาพนี้แสดงให้เห็นว่า HPV จะก่อโรคได้ก็ต่อเมื่อมันสามารถเข้าไปถึงเซลล์ชั้นลึกสุด ผ่านทางรอยแผลเท่านั้น ดังนั้น การใช้ห้องน้ำสาธารณะที่ผิวหนังภายนอกของเราสัมผัสกับฝานั่งเพียงชั่วคราว โดยไม่มีการเสียดสีจนเกิดแผล และไม่ได้เป็นการสัมผัสกับเยื่อบุผิวภายในโดยตรง จึงไม่ทำให้เกิดกลไกการติดเชื้อตามที่แสดงในภาพนี้อย่างแน่นอน
ขอบคุณข้อมูลจาก Anan Jongkaewwattana
