- 09 มิ.ย. 2569
ประมงอ่างทองลุยปราบแก๊งลักลอบจับปลา "ฤดูน้ำแดง" ยึดข่ายดักและเครื่องช็อตปลาเพียบ ส่วนพรานปลาซิ่งเรือหนีลงฝั่งรอดหวุดหวิด ย้ำโทษปรับสูงสุด 5 หมื่นบาท
อ่างทอง (9 มิถุนายน 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีร์ กี่จนา ประมงจังหวัดอ่างทอง ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัด สนธิกำลังร่วมกับศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดพระนครศรีอยุธยา และชุดเคลื่อนที่เร็วสำนักงานประมงจังหวัดอ่างทอง ออกปฏิบัติการทางเรือเพื่อตรวจตราและสกัดกั้นการลักลอบทำประมงผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด ในช่วงฤดูน้ำแดงซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประกาศห้ามจับสัตว์น้ำเนื่องจากปลาจับคู่เดินทางมาวางไข่ โดยเน้นหนักในพื้นที่ลำน้ำเจ้าพระยา เขตอำเภอเมืองอ่างทอง และอำเภอป่าโมก หลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่ามีกลุ่มบุคคลลักลอบเข้ามาทำการประมงในพื้นที่ดังกล่าว
ผลการตรวจสอบในช่วงค่ำคืนของวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมและตรวจยึดของกลางจากขบวนการทำประมงผิดกฎหมายได้รวมทั้งสิ้น 2 คดี โดยสามารถตรวจยึดอุปกรณ์ต้องห้ามประกอบด้วย ข่ายจมจำนวน 6 ผืน, ข่ายลอย 1 ผืน, อุปกรณ์สำหรับช็อตกระแสไฟฟ้าใส่ปลา 1 ชุด และเรือไม้อีก 1 ลำ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่นำเรือเร็วตรวจการณ์เข้าปิดล้อมและแสดงตัวขอตรวจสอบ กลุ่มผู้กระทำความผิดได้ไหวตัวทันอย่างรวดเร็ว พยายามเร่งฝีพายนำเรือเข้าจอดเทียบตลิ่งริมฝั่ง ก่อนจะพากันวิ่งหลบหนีหายเข้าไปในความมืดแฝงตัวตามป่าริมแม่น้ำ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีต่อหน้าได้ในทันที
ทางด้าน นายวีร์ กี่จนา ประมงจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่ทำการบันทึกตรวจยึดอุปกรณ์การประมงที่ผิดกฎหมายทั้งหมด ส่งมอบให้พนักงานสอบสวนในท้องที่เพื่อสืบสวนหาตัวเจ้าของเรือและอุปกรณ์มาดำเนินคดีตามขั้นตอน พร้อมทั้งสั่งการให้เพิ่มความถี่และจัดเวรยามตรวจตราเข้มงวดตลอดลำน้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูน้ำแดงนี้
ทั้งนี้ ขอย้ำเตือนไปยังกลุ่มพรานปลาและประชาชนทั่วไปว่า ช่วงฤดูน้ำแดงระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมของทุกปี ถือเป็นช่วงเวลาต้องห้ามมิให้มีการทำประมงบางประเภทเพื่อเปิดโอกาสให้ทรัพยากรสัตว์น้ำจืดได้ขยายพันธุ์ หากผู้ใดฝ่าฝืนจะมีความผิดตามมาตรา 70 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ซึ่งมีบทลงโทษค่อนข้างรุนแรง โดยต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ไปจนถึงสูงสุด 5,0000 บาท หรือพิจารณาปรับเป็นจำนวน 5 เท่าของมูลค่าสัตว์น้ำทั้งหมดที่จับได้จากการทำประมงผิดกฎหมายครั้งนั้น ๆ จึงอยากขอความร่วมมือให้ร่วมกันอนุรักษ์พันธุ์ปลาในฤดูวางไข่เพื่อความยั่งยืนต่อไป
