- 10 มิ.ย. 2569
โคราชฝนตกหนักน้ำท่วมขังฉับพลันบนผิวถนนมิตรภาพขาเข้า จราจรชะลอตัวหนัก ทะลักท่วมชุมชนหัวทะเลเข้าบ้านเรือนลุ่มต่ำ ชาวบ้านวอนขับช้า ๆ หวั่นคลื่นน้ำซัดทรัพย์สินพัง
นครราชสีมา (10 มิถุนายน 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ผ่านมา ได้เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องยาวนานกว่า 1 ชั่วโมงในหลายพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ระบบระบายน้ำไม่ทัน จนเกิดน้ำท่วมขังสะสมบนผิวการจราจรและพื้นที่ลุ่มต่ำหลายจุดอย่างรวดเร็ว
จุดวิกฤตสำคัญอยู่บนถนนมิตรภาพ เส้นทางหลักฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร มีรายงานน้ำท่วมขังบนพื้นผิวถนนเป็นระยะทางยาวและมีระดับน้ำสูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะรถยนต์ขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์สัญจรผ่านไปด้วยความยากลำบาก ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ต้องตัดสินใจชะลอความเร็วลงเพื่อความปลอดภัย ทำให้ปริมาณรถสะสมและส่งผลให้สภาพการจราจรในบางช่วงเริ่มมีอาการชะลอตัวและติดขัดเป็นทางยาว
นอกจากนี้ กระแสฝนที่ตกลงมาอย่างหนักยังส่งผลกระทบขยายวงกว้างไปยังพื้นที่ชุมชนและหมู่บ้านจัดสรรใกล้เคียง โดยบริเวณคลองส่งน้ำและซอยภายในหมู่บ้านหลายแห่งเกิดปริมาณน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ทะลักเข้าท่วมถนนภายในชุมชนอย่างรวดเร็ว บางจุดซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำระบายน้ำไม่ทัน ระดับน้ำได้ไหลเข้าท่วมถึงภายในบ้านเรือนประชาชน สร้างความเดือดร้อนในการใช้ชีวิตและจัดเก็บสิ่งของหนีน้ำกันอย่างทุลักทุเล เช่นเดียวกับในพื้นที่ตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา ที่พบว่าหลายเส้นทางหลักและทางลัดเกิดน้ำท่วมขัง พื้นผิวถนนลื่น มีระดับน้ำปกคลุมมิดเส้นจราจร เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางเป็นพิเศษ
ด้านตัวแทนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมถนนในพื้นที่น้ำท่วมขัง เปิดเผยความช้ำใจว่า ในช่วงนี้พื้นที่โคราชมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังซ้ำซากเป็นประจำทุกครั้งที่ฝนตกหนัก แต่สิ่งที่ชาวบ้านต้องหวาดผวามากกว่าน้ำท่วม คือ พฤติกรรมของผู้ขับขี่รถยนต์บางคันที่ขับลุยน้ำด้วยความเร็วสูง จนทำให้เกิดคลื่นน้ำขนาดใหญ่ซัดสาดเข้าบ้านเรือนริมทางอย่างรุนแรง ส่งผลให้ทรัพย์สินและสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้านได้รับความเสียหายซ้ำเติมอีก
"อยากวิงวอนและขอความร่วมมือจากผู้ใช้รถใช้ถนนทุกประเภท ให้ช่วยชะลอความเร็วลงขับขี่ด้วยความระมัดระวังเมื่อต้องแล่นผ่านพื้นที่น้ำท่วมขังในเขตชุมชน เพื่อเป็นการช่วยลดผลกระทบ ลดแรงคลื่นน้ำที่จะซัดเข้าบ้านเรือนประชาชน และเพื่อความปลอดภัยอุบัติเหตุรถเหินน้ำของผู้ขับขี่เองด้วย" ชาวบ้านกล่าวสะท้อนปัญหา
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ปูพรมตรวจสอบและเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องสูบน้ำเข้าประจำจุดเสี่ยง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นผิวจราจรและชุมชนลุ่มต่ำโดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและคืนผิวจราจรให้ประชาชนกลับมาสัญจรได้ตามปกติ
