สาดกากชาทลายบ่อร้าง จับปลาหมอคางดำชั่วโมงครึ่งทะลัก 2 ตัน

วิกฤตลาม 3 อำเภอใต้! ประมงนครศรีฯ สนธิกำลังลงแขกปากพนัง งัดไม้นวม 'น้ำกากชา' สาดทลายรังปลาหมอคางดำกลางบ่อบำบัดร้าง 20 ปี

นครศรีธรรมราช (11 มิถุนายน 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนครราชสีมาถึงสถานการณ์ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ภาคใต้ โดยพบว่าปัญหาการแพร่กระจายพันธุ์ยังคงทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างอย่างน่ากลัว โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอปากพนัง ซึ่งขยายตัวตามเส้นทางน้ำย่อย ลำคลอง ลำบาง และลามเข้าสู่สายน้ำหลักอย่าง "แม่น้ำปากพนัง" ยาวไปจนถึงเขตพื้นที่อำเภอเชียรใหญ่ และอำเภอหัวไทร สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศอย่างใหญ่หลวง

 

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา นายสมเกียรติ ขวัญเมือง ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย นายกิตติพงศ์ รองเดช นายอำเภอปากพนัง ได้สนธิกำลังร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลท่าพญา และกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมาก นัดหมายรวมตัวเปิดปฏิบัติการเชิงรุก "ลงแขกจับปลาหมอคางดำ" โดยเลือกปักหมุดพื้นที่เป้าหมายวิกฤต ซึ่งเป็นอาคารบ่อบำบัดน้ำเสียของกรมประมงที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมานานกว่า 20 ปี มีเนื้อที่รวมกว้างขวางกว่า 5,000 ตารางเมตร ซึ่งปัจจุบันแปรสภาพกลายเป็นแหล่งกบดานและขยายพันธุ์แหล่งใหญ่ของปลาหมอคางดำ

 

สาดกากชาทลายบ่อร้าง จับปลาหมอคางดำชั่วโมงครึ่งทะลัก 2 ตัน

สาดกากชาทลายบ่อร้าง จับปลาหมอคางดำชั่วโมงครึ่งทะลัก 2 ตัน

สำหรับการปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้นำภูมิปัญญามาประยุกต์ใช้ โดยนำน้ำสารกากชาที่ผ่านการบ่มทิ้งไว้ข้ามคืนมาตักสาดลงไปรอบ ๆ ขอบบ่อบำบัด ซึ่งสารกากชาดังกล่าวจะเข้าไปทำปฏิกิริยาเคมีกับเหงือกปลา ทำให้ปลาไม่สามารถดูดซับออกซิเจนในน้ำได้ พร้อมกันนี้ได้นำเครื่องมือประมงประเภท "โพงพาง" ไปขึงปิดทางระบายออกของน้ำทั้ง 3 ช่องทาง ปรากฏว่าหลังจากสาดน้ำกากชาไปได้ไม่นาน ปลาหมอคางดำนับล้านตัวที่ขาดอากาศหายใจต่างพากันแหวกว่ายหนีตายทะลักออกมาตามเส้นทางน้ำที่ทำกับดักไว้ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านจึงช่วยกันปลดปากถุงโพงพางนำปลาใส่ภาชนะขึ้นมาชั่งน้ำหนัก โดยเริ่มสาดน้ำกากชาตั้งแต่เวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 09.30 น. เพียงแค่ 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น สามารถจัดเก็บปลาหมอคางดำจากจุดนี้จุดเดียวได้น้ำหนักรวมสูงถึงกว่า 2 ตัน (2,000 กิโลกรัม) โดยปลาทั้งหมดชาวบ้านจะนำไปแปรรูปทำประโยชน์ตามความถนัดต่อไป

 

นายสมเกียรติ ขวัญเมือง ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า สถานการณ์ระบาดในขณะนี้รุนแรงเกินกว่าที่หน่วยงานราชการเพียงฝ่ายเดียวจะควบคุมได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและภาคประชาสังคมร่วมกันขับเคลื่อน ขณะนี้ประมงได้ตั้งทีมติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่เตรียมจะนำมาใช้ในเร็ว ๆ นี้ตามกรอบระเบียบของกระทรวง คือ มาตรการช็อตด้วยกระแสไฟฟ้า แต่ทั้งนี้ต้องดำเนินการอยู่ภายใต้การดูแลและควบคุมของคณะผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และระบบนิเวศโดยรอบ

 

สาดกากชาทลายบ่อร้าง จับปลาหมอคางดำชั่วโมงครึ่งทะลัก 2 ตัน

สาดกากชาทลายบ่อร้าง จับปลาหมอคางดำชั่วโมงครึ่งทะลัก 2 ตัน

ด้าน นายโกศล ปัญจระ ชาวบ้านตำบลท่าพญาหนึ่งในทีมล่าปลาหมอคางดำ กล่าวสะท้อนมุมมองว่า ชาวบ้านทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ในการกำจัดปลาเหล่านี้ แต่ในระยะยาวตนยังไม่มั่นใจว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความจริงจังของกรมประมงว่าจะทำกันอย่างต่อเนื่องหรือไม่

 

"อยากฝากถึงหน่วยงานรัฐว่า จะทำวันเดียวแล้วหยุดไปไม่ได้ เพราะมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ปลาพวกนี้โตไวและแพร่พันธุ์เร็วมาก สิ่งที่ควรทำคือต้องทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ แล้วนำผลลัพธ์มาร่วมกันประเมิน ปฏิบัติการอย่างจริงจังแบบนี้จึงจะเกิดประโยชน์และแก้ปัญหาได้จริงในระยะยาว" นายโกศล กล่าวทิ้งท้าย

 

สาดกากชาทลายบ่อร้าง จับปลาหมอคางดำชั่วโมงครึ่งทะลัก 2 ตัน

สาดกากชาทลายบ่อร้าง จับปลาหมอคางดำชั่วโมงครึ่งทะลัก 2 ตัน

สาดกากชาทลายบ่อร้าง จับปลาหมอคางดำชั่วโมงครึ่งทะลัก 2 ตัน

สาดกากชาทลายบ่อร้าง จับปลาหมอคางดำชั่วโมงครึ่งทะลัก 2 ตัน

สาดกากชาทลายบ่อร้าง จับปลาหมอคางดำชั่วโมงครึ่งทะลัก 2 ตัน