- 13 มิ.ย. 2569
โรงพยาบาลราชวิถีเผยขั้นตอนการรักษาด้วยเทคโนโลยี HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) หรือการใช้คลื่นเสียงความเข้มสูงทำลายเนื้องอกแบบไม่ต้องผ่าตัด
โรงพยาบาลราชวิถีเผยแนวทางการเข้ารับการรักษาด้วยเทคโนโลยี HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) หรือการใช้คลื่นเสียงความเข้มสูงแบบจำเพาะตำแหน่ง เพื่อรักษาเนื้องอกมดลูก โดยเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการหลีกเลี่ยงการผ่าตัด และช่วยลดการเกิดแผลจากการรักษา
การรักษาด้วย HIFU ใช้พลังงานจากคลื่นเสียงความเข้มสูง ส่งผ่านไปยังบริเวณเนื้องอกที่ต้องการรักษา โดยมีเครื่องอัลตราซาวด์ช่วยกำหนดตำแหน่งอย่างแม่นยำ พร้อมมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลและติดตามอาการตลอดขั้นตอน
ขั้นตอนการเข้ารับการรักษา HIFU (Admit 2 คืน)
วันแรก : เตรียมความพร้อมก่อนรักษา (Day 1 : Preparation)
- ผู้ป่วยเข้ารับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอก (OPD) บริเวณชั้น 6 อาคารกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลราชวิถี เพื่อทำการลงทะเบียนเข้าพัก ตรวจสอบประวัติ และรับการประเมินร่างกายโดยแพทย์
- จากนั้นผู้ป่วยจะได้รับการตรวจประเมินเพิ่มเติม ได้แก่ การตรวจเลือด (Lab) และตรวจภาพทางรังสี เช่น MRI หรือ Ultrasound เพื่อวางแผนการรักษาและประเมินตำแหน่งของเนื้องอกมดลูก
- ก่อนเข้ารับการทำ HIFU ผู้ป่วยต้องเตรียมความพร้อมของร่างกายตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น การเตรียมลำไส้ (Bowel Preparation) ด้วยยา PEG รับประทานอาหารเหลว และงดน้ำงดอาหารหลังเที่ยงคืน (NPO after midnight)
วันที่สอง : ขั้นตอนการทำ HIFU (Day 2 : HIFU Procedure)
- ก่อนเริ่มการรักษา ทีมแพทย์จะเตรียมผู้ป่วยด้วยการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ (IV Fluid) ตรวจเลือดเพิ่มเติมตามความจำเป็น ทำความสะอาดบริเวณหน้าท้องและฝีเย็บ รวมถึงใส่สายสวนปัสสาวะ (Foley Catheter)
- เมื่อเข้าสู่ห้อง HIFU Center แพทย์จะใช้เครื่อง Ultrasound Guidance เพื่อระบุตำแหน่งของเนื้องอกมดลูกอย่างแม่นยำ ก่อนส่งคลื่นเสียงความเข้มสูงไปยังบริเวณเป้าหมาย
- ระหว่างการรักษา ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลโดยทีมแพทย์ ประกอบด้วยแพทย์ผู้ทำหัตถการและแพทย์วิสัญญี โดยมีการให้ยาเพื่อช่วยระงับอาการปวด และติดตามสัญญาณชีพตลอดเวลา
- ขั้นตอนการรักษาใช้เวลาประมาณ 1-3 ชั่วโมง โดยผู้ป่วยอยู่ในท่านอนคว่ำ (Prone Position)
หลังทำ HIFU : การดูแลและติดตามอาการ
หลังเสร็จสิ้นการรักษา ผู้ป่วยจะได้รับการเฝ้าระวังอาการประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมประเมินอาการต่าง ๆ ได้แก่
- ระดับความปวด (Pain Score)
- ตรวจผิวหนังบริเวณที่รักษา เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น ผิวหนังได้รับความร้อน
- ประเมินอาการชาตามแนวเส้นประสาท
- ตรวจสอบปริมาณปัสสาวะ
- ประเมินสัญญาณชีพ (Vital Signs)
เมื่ออาการคงที่ ผู้ป่วยจะถูกส่งกลับหอผู้ป่วย (Ward) และถอดสายสวนปัสสาวะตามความเหมาะสม พร้อมฝึกเคลื่อนไหวร่างกาย โดยสามารถเริ่มดื่มน้ำและรับประทานอาหารได้เมื่อไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน
วันที่สาม : เตรียมกลับบ้าน (Day 3 : Discharge)
ก่อนกลับบ้าน แพทย์จะประเมินอาการโดยรวม พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลตัวเอง ได้แก่
- สังเกตอาการผิดปกติ เช่น อาการปวด เลือดออกทางช่องคลอด หรืออาการชาตามแนวเส้นประสาท
- เข้ารับการตรวจติดตามผลตามนัด
- ตรวจ MRI เพื่อติดตามผลการรักษา
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก การยกของหนัก และกิจกรรมที่ใช้แรงมากในช่วงพักฟื้น พร้อมสังเกตอาการผิดปกติ หากมีอาการที่น่ากังวลควรเข้าพบแพทย์ทันที
โรงพยาบาลราชวิถีมุ่งพัฒนาการรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ป่วย โดย HIFU เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ช่วยลดความจำเป็นในการผ่าตัด เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ที่มา : โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์
