- 19 มิ.ย. 2569
นายก อบต.แม่สามแลบ วอนนายกฯ และกระทรวงคมนาคม เร่งแก้ถนน มส.3004 กลายสภาพเป็นโคลนเลนดินถล่ม ทำคนนับหมื่นเดือดร้อน จี้ทำคอนกรีตกู้ชีวิตคนชายแดน
แม่ฮ่องสอน (19 มิถุนายน 2569) – นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนเพื่อเป็นกระบอกเสียงสะท้อนความยากลำบากของราษฎรและเจ้าหน้าที่รัฐ ในการสัญจรเดินทางบนเส้นทางเชื่อมต่อระหว่าง บ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย ไปยัง บ้านห้วยโผ อำเภอแม่สะเรียง ซึ่งอยู่บนโครงข่ายทางหลวงชนบท สาย มส.3004 (แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 - บ้านแม่สามแลบ)
นายก อบต.แม่สามแลบ ระบุว่า ขณะนี้ในพื้นที่ได้เข้าสู่ช่วงฤดูฝนอย่างเต็มตัว และสถาพของถนนสายดังกล่าวซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท ได้กลับมาวิกฤตซ้ำซาก โดยผิวถนนแปรสภาพกลายเป็นโคลนเลนหนาเตอะ บางจุดมีดินจากภูเขาถล่มลงมาปิดทับเส้นทาง ส่งผลให้พื้นผิวจราจรมีความลื่นสูงมาก หากเป็นยานพาหนะหรือรถยนต์ปกติที่ไม่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) จะไม่สามารถขับผ่านไปมาได้เลย ซึ่งพังทลายทั้งระบบเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสร้างความยากลำบากแก่ประชาชนในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 10,000 คน รวมถึงข้าราชการที่ต้องใช้เส้นทางนี้ปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน
"นี่คือภาพสะท้อนของความไม่เท่าเทียมเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและถนนหนทางในประเทศไทย สิ่งที่เห็นคือวิถีชีวิตจริงอันยากลำบากของครูชายแดน หมอ พยาบาล บุคลากรท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในพื้นที่สาละวิน ต.แม่สามแลบ ทุกคนต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งภัยจากสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดน ภัยพิบัติดินถล่ม และอุทกภัยตามฤดูกาล แต่แทนที่จะได้รับเงินทวีคูณหรือสวัสดิการที่คุ้มค่าเหมือนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลับได้รับเพียงแค่เบี้ยเสี่ยงภัยตามอนาถา และยังต้องมาสู้ชีวิตกับถนนที่เป็นโคลนเลนเช่นนี้อีก" นายพงษ์พิพัฒน์ กล่าวด้วยความอัดอั้น
ด้วยเหตุนี้ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ และตัวแทนประชาชนในพื้นที่ จึงขอวิงวอนอย่างถึงที่สุดไปยัง นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สั่งการด่วนไปยังกรมทางหลวงชนบทเพื่อนำงบประมาณลงมาปรับปรุงและแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน โดยความต้องการของพื้นที่คือการปรับเปลี่ยนถนนสายนี้ให้เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.) ที่ได้มาตรฐาน และต้องมีการจัดทำร่องระบายน้ำด้านข้างที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันน้ำป่าและดินไหลหลากมาเซาะทำลายผิวถนน ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รวมถึงเยียวยาจิตใจข้าราชการไทยที่ยอมเสียสละมาทำงานอยู่สุดขอบชายแดน
