- 19 มิ.ย. 2569
ว่าแล้วทำไมรอดชีวิต ผู้บาดเจ็บเหตุ ตชด. ซัดหมดแม็กใส่วินห้วยขวาง ยอมเปิดปากพูดครั้งแรก หลังสูญเสียอัณฑะไป 1 ข้าง
จับตากันอย่างต่อเนื่องสำหรับกรณีข้อถกเถียงกันระหว่าง ส.ต.อ.นำทัพ ตำรวจตระเวนชายแดน และ วินมอเตอร์ไซค์ห้วยขวาง และสังคมได้แบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตจากภาพกล้องวงจรปิดว่าฝั่งวินเป็นฝ่ายไปยั่วโมโห ไปทำร้าย หรือไปรุมผู้ก่อเหตุก่อนหรือไม่ จนทำให้ ตชด. ตัดสินใจก่อเหตุ ในขณะที่อีกมุมหนึ่งมองว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ เพราะผู้ก่อเหตุผ่านการฝึกฝนมาแต่กลับเดินตามไปซ้ำทั้งที่อีกฝ่ายหันหลังหนีแล้ว
เกี่ยวกับเรื่องนี้ทางด้านรายการโหนกระแส หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ได้พูดคุยกับ แต ภรรยาของผู้เสียชีวิต ที่รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม และต้องการเรียกร้องสิทธิ์ให้กับครอบครัว เนื่องจากถูกสังคมโจมตีอย่างหนัก เธอจึงไปปรึกษา นายชณทัต ปัทะมะภูวดล ผู้ก่อตั้งเพจ ชณทัต ลุยครับ เพื่อขอความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังมี นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ จากเพจสายไหมต้องรอด ที่ก่อนหน้านี้ได้รับปากว่าจะส่งทนายไปช่วย ตชด. และทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ มาร่วมพูดคุยถึงแง่มุมทางกฎหมาย
นอกจากนี้ในช่วงตอนหนึ่ง นายเกียรติศักดิ์ ผู้บาดเจ็บอีกหนึ่งรายในที่เกิดเหตุ ได้โฟนอินเข้ามาพูดคุย ซึ่ง แตให้ข้อมูลว่า เขาไม่ใช่คนขับวิน แต่เป็นคนในพื้นที่ที่มานั่งกินข้าวอยู่แถวนั้น ซึ่ง นายชณทัต ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ชายคนนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องสูญเสียอัณฑะไปหนึ่งข้าง ทั้งนี้ แต ระบุว่าชายเสื้อดำคนนี้เดินเข้าไปเพื่อตั้งใจจะห้ามปราม แต่คุณเอกภพมองแย้งว่า จากภาพที่เห็นมันดูเหมือนการเดินเข้าไปร่วมวง
นายเกียรติศักดิ์ ผู้บาดเจ็บ ให้ข้อมูลผ่านทางโทรศัพท์ว่า ตนเองไม่ใช่คนขับวิน แต่เป็นคนในพื้นที่ที่มานั่งกินข้าวที่ร้านอาหารบริเวณนั้นประจำ ในวันเกิดเหตุเขาเห็น ตชด. ยืนพิงรั้วหน้าร้านในลักษณะที่ไม่ปกติ คือเอาหน้าพิงรั้วและตัวเอียงไปข้างหน้า ดูมีอาการครุ่นคิดและสีหน้าไม่ดี เขาเห็น นายบอล เดินมาบ่นกับกลุ่มเพื่อนและภรรยาว่า ตชด. คนนี้มาต่อราคาและทะเลาะกับวินอีกคัน พอไล่ก็ไม่ยอมไป และยังมีท่าทียียวนกวนประสาท
นายเกียรติศักดิ์ เห็นว่าเหตุการณ์เริ่มแปลกจึงลุกไปดู เพราะต้องการจะห้ามปราม เขาเห็นเหตุการณ์ตอนมีการถีบกันเกิดขึ้น และเมื่อ ตชด. ถูกถีบครั้งที่ 2 เขาวิ่งหนีไปแล้วเบรก ก่อนจะเอี้ยวตัวควักปืนออกมาจากกระเป๋า นายเกียรติศักดิ์ เห็นดังนั้นจึงมุดลงใต้รถทันทีเพื่อหลบ แต่เขาก็ยังถูกลูกหลง ซึ่งกระสุนที่โดนนั้นถูกหัวอวัยวะกล่องดวงใจที่สำคัญ ก่อนทะลุไปโดนถุงอัณฑะ และไปทะลุไปโดนต้นขาจนทำให้ นายเกียรติศักดิ์ ต้องเสียอัณฑะไป 1 ข้าง
นอกจากนี้ นายเกียรติศักดิ์ ตั้งข้อสังเกตว่า ตชด. มีสติพอที่จะแยกแยะและเลือกยิงเฉพาะคนที่ทำร้ายเขาเท่านั้น เพราะไม่ได้ยิงคุณเอหรือวินคนอื่นที่ยืนดูอยู่ แต่เขาก็ยังมองว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุสำหรับคนที่มีการฝึกยุทธวิธีมา เพราะควรยิงหยุดยั้งที่แขนหรือขา ไม่ใช่ตามไปยิงซ้ำจนหมดแม็ก แม้ในขณะที่อีกฝ่ายหันหลังหนีแล้ว
ทว่า หนุ่ม กรรชัย ยังได้ถาม นายเกียรติศักดิ์ อีกว่า แสดงว่า ส.ต.อ.นำทัพ ตั้งใจจะทำร้าย 2 คนคือ บอย กับ บอล ที่ไปทำร้ายตนเองก่อน แต่ทางด้าน นายเกียรติศักดิ์ ไม่ได้ทำร้ายร่วม ส.ต.อ.นำทัพ ด้วย จึงได้รอดชีวิตมาได้ แต่แค่โชคร้ายโดนลูกหลงจนต้องเสียอัณฑะไป 1 ข้าง
ส่วนประเด็นเรื่องการให้ของลับ นายเกียรติศักดิ์ ระบุว่าไม่ได้ยินกับหูเนื่องจากอยู่ห่าง แต่ได้ยินจากหลาย ๆ คนเล่าว่ามีการพูดกัน และเชื่อว่าคนนิสัยอย่างคุณบอลถ้าไม่ถูกกระตุกความรู้สึกจริง ๆ ก็คงไม่แสดงอาการรุนแรงขนาดนั้น ไม่เข้าไปถีบ
ขณะเดียวกัน นายเอกภพ ยืนยันว่า จะให้ความช่วยเหลือทางฝั่ง ตชด. และครอบครัว โดยได้ส่งทนายความไปช่วยดูเรื่องข้อต่อสู้และฎีกาต่าง ๆ ที่ใกล้เคียงกัน เขามองว่ามนุษย์ทุกคนมีสัญชาตญาณการป้องกันตัว และไม่มีใครยอมให้ตัวเองถูกรุมทำร้ายโดยไม่ตอบโต้ มองว่าหาก ตชด. ไม่มีปืนในวันนั้น ก็อาจจะถูกรุมจนบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว และการยิงจำนวนมากอาจเกิดจากสภาวะบันดาลโทสะหลังจากถูกถีบหน้าอกและเตะหน้า ซึ่งเป็นการข่มเหงรังแกอย่างร้ายแรง เขาเห็นว่าสังคมไทยไม่ชอบการถูกรังแกก่อน หากเหตุการณ์กลับฝั่งกัน คนก็ต้องต่อว่า ตชด. มากกว่า ดังนั้น หากฝั่งวินไม่เริ่มใช้ความรุนแรงเรื่องนี้ย่อมไม่เกิดขึ้น
นายชณทัต ระบุว่า ตนเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต เนื่องจากพวกเขากำลังทุกข์หนัก และไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระแสสังคม เขาเน้นย้ำว่าไม่ได้ต้องการให้ ตชด. ต้องติดคุกตลอดชีวิต แต่ต้องการให้คดีเป็นไปตามกรอบของกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา
ทั้งนี้ นายชณทัตแสดงความห่วงใยว่า ตอนนี้ครอบครัวผู้เสียชีวิตถูกตัดสินโดยศาลโซเชียลไปแล้วจนแทบไม่มีจุดยืนในสังคม เขาตั้งคำถามถึงการกระทำของ ตชด. ว่าหากมีสติยับยั้งชั่งใจ หรือแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตั้งแต่แรก เหตุการณ์อาจไม่รุนแรงขนาดนี้
แต แสดงความเสียใจและอัดอั้นใจอย่างหนัก ที่เห็นสามีถูกยิงต่อหน้าต่อตา เธอตั้งคำถามว่า ทำไมต้องยิงจนหมดแม็ก ทำไมต้องวิ่งตามไปฆ่ากันทั้งที่สามีและเพื่อนวิ่งหนีไปแล้ว เธอระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนเป็นสนามรบทั้งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ยอมรับว่ากังวลใจมาก ว่าความยุติธรรมจะถูกบิดเบือนไปเพราะกระแสสังคมที่เทไปฝั่ง ตชด. จนทำให้เธอและครอบครัวไม่กล้าออกไปใช้ชีวิตปกติ เธอยืนยันว่าก่อนการถีบมีการยั่วยุกันก่อน แต่สังคมกลับมองข้ามจุดนี้ไปและมุ่งโจมตีเพียงการกระทำของสามีเธอ
นายเอกภาพย้ำว่า วันนี้ตนพูดเฉพาะที่เห็นตามคลิป ไม่อยากพูดมากกว่านี้เพราะภรรยาผู้เสียชีวิตอยู่ด้วย ก็เข้าใจและเห็นใจ ยืนยันว่า ตชด. เขาทำผิด ยิงคนตาย 2 ศพ ยังไงก็ต้องผิด แต่เขาควรได้รับความผิดตามสัดส่วนที่มันควรจะเป็น
ทนายไพศาล ได้ย้ำทิ้งท้ายว่า การกล่าวอ้างของทั้งสองฝั่งก็มีข้ออ้างมีเหตุผลของตน แต่ก็ขอกับสังคมว่า อย่าไปหยามกันมากเลย ให้กำลังใจกันดีกว่า เพราะความรุนแรงมันเกิดขึ้นแล้ว ไม่อยากให้มีความรุนแรงซ้ำ
