ยิ่งหดหู่ ผลชันสูตรร่างพี่สาว ฝีมือน้องแท้ๆ โดนอย่างหนัก

เปิดผลชันสูตรเบื้องต้น ร่างพี่สาวโดนน้องสาวแท้ๆลงมือคาห้อง บาดแผลฟ้องโดนกระทำอย่างหนักหลายครั้งจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต

คืบหน้ากรณีเหตุสลด น้องสาวลงมือพี่สาวแท้ๆเสียชีวิต เมื่อเวลาประมาณ 11.08 น. วันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบเหตุฆาตกรรมภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ซอยจันทน์ 20 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพมหานคร หลังได้รับแจ้งว่ามีผู้ถูกแทงเสียชีวิต ภายในห้องพัก

 

ยิ่งหดหู่ ผลชันสูตรร่างพี่สาว ฝีมือน้องแท้ๆ โดนอย่างหนัก

 

 

ยิ่งหดหู่ ผลชันสูตรร่างพี่สาว ฝีมือน้องแท้ๆ โดนอย่างหนัก

 

ที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.เอ อายุ 23 ปี สวมชุดนอนเดรสสีชมพู นอนเสียชีวิตบริเวณปลายเตียงติดหน้าต่าง สภาพศพพบบาดแผลถูกของมีคมทั่วร่างกายมากกว่า 50 แผล โดยเฉพาะบริเวณหน้าอก คอ มือ หลัง และแขนขวา

แพทย์ชันสูตรเบื้องต้นระบุว่า บาดแผลที่เป็นสาเหตุให้เสียชีวิตมีมากกว่า 20 แผล ก่อนนำศพส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ส่วนอาวุธที่ใช้ก่อเหตุเป็นมีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ตำรวจเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน นาย ฉ. อายุ 69 ปี ชาวจีน บิดาของผู้เสียชีวิต ให้การว่า ครอบครัวพักอาศัยอยู่ด้วยกัน 4 คน คือ พ่อ แม่ และลูกสาว 2 คน โดยช่วงเช้าวันเกิดเหตุ ตนออกไปทำงาน ขณะที่ภรรยาชาวไทยออกไปทำธุระ ทำให้ภายในห้องเหลือเพียงผู้เสียชีวิตและน้องสาว อายุ 21 ปี

ต่อมา เมื่อมารดากลับจากทำธุระและนัดพบลูกสาวคนเล็กบริเวณด้านล่างคอนโดฯ เพื่อจะออกไปข้างนอกด้วยกัน น้องสาวบอกว่าพี่สาวกำลังนอนหลับอยู่ในห้อง แต่ผู้เป็นแม่สังเกตเห็นท่าทีผิดปกติ จึงขึ้นไปตรวจสอบที่ห้องพัก กระทั่งพบศพลูกสาวคนโต ก่อนแจ้งสามีและตำรวจเข้าตรวจสอบ

เบื้องต้นพบว่า น.ส.บี อายุ 21 ปี น้องสาวผู้เสียชีวิต เป็นผู้ก่อเหตุ และมีประวัติป่วยทางจิตเวช อยู่ระหว่างการรักษาและรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง
 

ยิ่งหดหู่ ผลชันสูตรร่างพี่สาว ฝีมือน้องแท้ๆ โดนอย่างหนัก

 

โดยเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง สาเหตุเกิดจากความโกรธแค้นที่พี่สาวแอบดูโทรศัพท์มือถือ และนำเรื่องส่วนตัวของตนไปบอกบิดามารดา จนเกิดความขัดแย้งภายในครอบครัว ก่อนตัดสินใจใช้อาวุธมีดก่อเหตุภายในห้องพัก

ต่อมาเวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว น.ส.บี (น้องสาว) พร้อมบิดาชาวจีน มาสอบสวนที่ห้องสืบสวน สน.ยานนาวา โดยผู้ต้องหามีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน เช่นเดียวกับบิดาที่ปฏิเสธให้ข้อมูล

ตำรวจยังพบว่า ในวันเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุมีกำหนดจะออกไปเล่นสเก็ตกับมารดา ซึ่งปกติแม่จะขึ้นมารับบนห้อง แต่ครั้งนี้กลับขอให้รออยู่ด้านล่าง ทำให้ครอบครัวเริ่มสงสัย ประกอบกับผู้เป็นพ่อโทรศัพท์หาลูกสาวคนโตแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงให้อาม่าซึ่งพักอยู่ห้องฝั่งตรงข้ามช่วยไปดู ก่อนพบศพและแจ้งเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบไม่พบพฤติการณ์เตรียมหลบหนี เนื่องจากภายในกระเป๋าที่ผู้ก่อเหตุถือออกมามีเพียงรองเท้าสเก็ตเท่านั้น

ข้อมูลจากการสอบสวนเพิ่มเติมพบว่า ผู้ก่อเหตุเคยศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนประสบอุบัติเหตุและเข้ารับการรักษา แพทย์สังเกตเห็นพฤติกรรมผิดปกติจึงแนะนำให้เข้ารับการตรวจอย่างละเอียด กระทั่งพบว่ามีอาการป่วยทางจิตเวช โดยครอบครัวเพิ่งพาไปพบแพทย์และรับยาเมื่อไม่กี่วันก่อนเกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อเหตุยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่า รับประทานยาไม่สม่ำเสมอ "กินบ้าง ไม่กินบ้าง" ส่วนมีดที่ใช้ก่อเหตุ อ้างว่าซื้อเตรียมไว้นานแล้วจากร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง

ขณะที่การตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต ไม่พบข้อมูลที่บ่งชี้ถึงการวางแผนฆ่าตัวตายหรือเหตุจูงใจในการก่อเหตุ โดยพบเพียงคลิปการฝึกซ้อมเล่นสเก็ตตามปกติ

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ก่อนนำตัวส่งตรวจสภาพจิตอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป