- 20 มิ.ย. 2569
เปิดผลชันสูตรเบื้องต้น ร่างพี่สาวโดนน้องสาวแท้ๆลงมือคาห้อง บาดแผลฟ้องโดนกระทำอย่างหนักหลายครั้งจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต
คืบหน้ากรณีเหตุสลด น้องสาวลงมือพี่สาวแท้ๆเสียชีวิต เมื่อเวลาประมาณ 11.08 น. วันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบเหตุฆาตกรรมภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ซอยจันทน์ 20 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพมหานคร หลังได้รับแจ้งว่ามีผู้ถูกแทงเสียชีวิต ภายในห้องพัก
ที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.เอ อายุ 23 ปี สวมชุดนอนเดรสสีชมพู นอนเสียชีวิตบริเวณปลายเตียงติดหน้าต่าง สภาพศพพบบาดแผลถูกของมีคมทั่วร่างกายมากกว่า 50 แผล โดยเฉพาะบริเวณหน้าอก คอ มือ หลัง และแขนขวา
แพทย์ชันสูตรเบื้องต้นระบุว่า บาดแผลที่เป็นสาเหตุให้เสียชีวิตมีมากกว่า 20 แผล ก่อนนำศพส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ส่วนอาวุธที่ใช้ก่อเหตุเป็นมีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ตำรวจเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวน นาย ฉ. อายุ 69 ปี ชาวจีน บิดาของผู้เสียชีวิต ให้การว่า ครอบครัวพักอาศัยอยู่ด้วยกัน 4 คน คือ พ่อ แม่ และลูกสาว 2 คน โดยช่วงเช้าวันเกิดเหตุ ตนออกไปทำงาน ขณะที่ภรรยาชาวไทยออกไปทำธุระ ทำให้ภายในห้องเหลือเพียงผู้เสียชีวิตและน้องสาว อายุ 21 ปี
ต่อมา เมื่อมารดากลับจากทำธุระและนัดพบลูกสาวคนเล็กบริเวณด้านล่างคอนโดฯ เพื่อจะออกไปข้างนอกด้วยกัน น้องสาวบอกว่าพี่สาวกำลังนอนหลับอยู่ในห้อง แต่ผู้เป็นแม่สังเกตเห็นท่าทีผิดปกติ จึงขึ้นไปตรวจสอบที่ห้องพัก กระทั่งพบศพลูกสาวคนโต ก่อนแจ้งสามีและตำรวจเข้าตรวจสอบ
เบื้องต้นพบว่า น.ส.บี อายุ 21 ปี น้องสาวผู้เสียชีวิต เป็นผู้ก่อเหตุ และมีประวัติป่วยทางจิตเวช อยู่ระหว่างการรักษาและรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง
โดยเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง สาเหตุเกิดจากความโกรธแค้นที่พี่สาวแอบดูโทรศัพท์มือถือ และนำเรื่องส่วนตัวของตนไปบอกบิดามารดา จนเกิดความขัดแย้งภายในครอบครัว ก่อนตัดสินใจใช้อาวุธมีดก่อเหตุภายในห้องพัก
ต่อมาเวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว น.ส.บี (น้องสาว) พร้อมบิดาชาวจีน มาสอบสวนที่ห้องสืบสวน สน.ยานนาวา โดยผู้ต้องหามีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน เช่นเดียวกับบิดาที่ปฏิเสธให้ข้อมูล
ตำรวจยังพบว่า ในวันเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุมีกำหนดจะออกไปเล่นสเก็ตกับมารดา ซึ่งปกติแม่จะขึ้นมารับบนห้อง แต่ครั้งนี้กลับขอให้รออยู่ด้านล่าง ทำให้ครอบครัวเริ่มสงสัย ประกอบกับผู้เป็นพ่อโทรศัพท์หาลูกสาวคนโตแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงให้อาม่าซึ่งพักอยู่ห้องฝั่งตรงข้ามช่วยไปดู ก่อนพบศพและแจ้งเจ้าหน้าที่
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบไม่พบพฤติการณ์เตรียมหลบหนี เนื่องจากภายในกระเป๋าที่ผู้ก่อเหตุถือออกมามีเพียงรองเท้าสเก็ตเท่านั้น
ข้อมูลจากการสอบสวนเพิ่มเติมพบว่า ผู้ก่อเหตุเคยศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนประสบอุบัติเหตุและเข้ารับการรักษา แพทย์สังเกตเห็นพฤติกรรมผิดปกติจึงแนะนำให้เข้ารับการตรวจอย่างละเอียด กระทั่งพบว่ามีอาการป่วยทางจิตเวช โดยครอบครัวเพิ่งพาไปพบแพทย์และรับยาเมื่อไม่กี่วันก่อนเกิดเหตุ
อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อเหตุยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่า รับประทานยาไม่สม่ำเสมอ "กินบ้าง ไม่กินบ้าง" ส่วนมีดที่ใช้ก่อเหตุ อ้างว่าซื้อเตรียมไว้นานแล้วจากร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง
ขณะที่การตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต ไม่พบข้อมูลที่บ่งชี้ถึงการวางแผนฆ่าตัวตายหรือเหตุจูงใจในการก่อเหตุ โดยพบเพียงคลิปการฝึกซ้อมเล่นสเก็ตตามปกติ
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ก่อนนำตัวส่งตรวจสภาพจิตอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
